มือถือขึ้นให้อัปเดต Software ใหม่ แต่กดไม่ได้เกิดจากเพราะ 5 สาเหตุนี้

มือถือขึ้นให้อัปเดต Software ใหม่ แต่กดไม่ได้เกิดจากเพราะ 5 สาเหตุนี้

มือถือขึ้นให้อัปเดต Software ใหม่ แต่กดไม่ได้เกิดจากเพราะ 5 สาเหตุนี้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทุกวันนี้มือถือหลายรุ่นมีจุดขายเรื่องของการอัปเตด Software ที่ยาวนาน พออัปเดตก็เหมือนกับได้เครื่อง แต่ถ้าเจอเหตุการณ์ว่า กดเข้าไปกลับดาวน์โหลดไม่ได้ ติดตั้งไม่ได้ ปุ่มอัปเดตเป็นสีเทา หรือค้างอยู่ที่หน้าเดิมจนไม่รู้ต้องทำอย่างไร

วันนี้ Sanook Hitech จะมาเฉลยสาเหตุในการจัดการพื้นที่เหล่านี้กันว่าเกิดจากอะไรและแก้ไขได้ยังไงบ้าง

5 สิ่งที่เป็นปัญหาทำให้อัปเดตฯ มือถือไม่ได้

1. พื้นที่เก็บข้อมูลไม่พอ

เริ่มจากสาเหตุยอดฮิตที่สุดคือ พื้นที่ในเครื่องไม่พอ แม้ไฟล์อัปเดตจะมีขนาดไม่กี่ GB แต่ระบบมักต้องใช้พื้นที่ว่างมากกว่านั้นสำหรับดาวน์โหลด แตกไฟล์ ติดตั้ง และสำรองข้อมูลชั่วคราวระหว่างอัปเดต อาการที่มักเจอคือ กดดาวน์โหลดแล้วไม่ไปต่อ, ขึ้นแจ้งเตือนว่า Storage ไม่พอ หรือดาวน์โหลดเสร็จแต่ติดตั้งไม่ได้

วิธีแก้ไข

  • ลบรูป วิดีโอ หรือไฟล์ขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็น
  • ย้ายไฟล์ไปเก็บบน Cloud หรือคอมพิวเตอร์
  • ลบแอปที่ไม่ได้ใช้งาน
  • เคลียร์ไฟล์ดาวน์โหลดและแคชของแอปที่กินพื้นที่มาก
  • พยายามเหลือพื้นที่ว่างอย่างน้อย 10-15GB สำหรับอัปเดตใหญ่

2. แบตเตอรี่น้อย หรือไม่ได้เสียบชาร์จ

มือถือหลายรุ่นจะไม่ยอมติดตั้งอัปเดต หากแบตเตอรี่ต่ำเกินไป เพื่อป้องกันเครื่องดับกลางคันระหว่างติดตั้ง เพราะหากเครื่องดับระหว่างอัปเดต ระบบอาจเสียหายหรือบูตไม่ขึ้นได้ บางรุ่นอาจให้ดาวน์โหลดไฟล์ได้ แต่จะไม่ยอมติดตั้งจนกว่าจะมีแบตเตอรี่เพียงพอ หรือเสียบสายชาร์จไว้

วิธีแก้ไข

  • ชาร์จแบตเตอรี่ให้เกิน 50% ก่อนอัปเดต
  • เสียบสายชาร์จไว้ระหว่างติดตั้งอัปเดต
  • ใช้หัวชาร์จและสายชาร์จที่ได้มาตรฐาน
  • หลีกเลี่ยงการอัปเดตขณะเครื่องร้อนจัด

3. ปัญหาเครือข่าย อินเทอร์เน็ต

การอัปเดตซอฟต์แวร์ต้องใช้การเชื่อมต่อที่เสถียร โดยเฉพาะอัปเดตใหญ่ที่มีไฟล์ขนาดหลาย GB หาก Wi-Fi หลุดบ่อย สัญญาณไม่ดี หรืออินเทอร์เน็ตช้า ระบบอาจหยุดดาวน์โหลดหรือแจ้งว่าอัปเดตไม่สำเร็จ

ในบางกรณี มือถืออาจไม่ยอมดาวน์โหลดอัปเดตผ่านเครือข่ายมือถือ เพราะระบบต้องการให้ใช้ Wi-Fi เท่านั้น เพื่อป้องกันการใช้ดาต้าจำนวนมาก

วิธีแก้ไข

  • เชื่อมต่อ Wi-Fi ที่เสถียรและความเร็วเพียงพอ
  • ปิด VPN ชั่วคราว หากเปิดใช้งานอยู่
  • รีสตาร์ตเราเตอร์หรือเปลี่ยนไปใช้ Wi-Fi เครือข่ายอื่น
  • ปิดแล้วเปิด Wi-Fi ใหม่บนมือถือ
  • หากใช้ Android บางรุ่น ให้ตรวจสอบว่าอนุญาตให้ดาวน์โหลดอัปเดตผ่าน Mobile Data หรือไม่

4. ยังไม่ปล่อยให้กับประเทศของคุณ

บางครั้งมือถืออาจมีชื่ออัปเดตขึ้นมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถกดดาวน์โหลดได้ เพราะผู้ผลิตทยอยปล่อยอัปเดตเป็นรอบตามประเทศ รุ่นเครื่อง รหัสเครื่อง หรือเครือข่ายมือถือ

เช่น มือถือรุ่นเดียวกัน แต่เครื่องศูนย์ไทย เครื่องนอก หรือเครื่องที่ผูกกับเครือข่ายบางประเทศ อาจได้รับอัปเดตไม่พร้อมกัน แม้จะเห็นข่าวว่าอัปเดตเริ่มปล่อยแล้วก็ตาม

วิธีแก้ไข

  • รอ 1-3 วัน แล้วลองกดตรวจสอบอัปเดตใหม่
  • ตรวจสอบว่ารุ่นเครื่องและรหัสโมเดลอยู่ในกลุ่มที่ได้รับอัปเดตหรือไม่
  • อย่ารีบติดตั้งไฟล์จากแหล่งที่ไม่รู้จัก เพราะอาจทำให้เครื่องมีปัญหา
  • หากจำเป็น ให้ติดต่อศูนย์บริการของแบรนด์เพื่อเช็กสถานะอัปเดต

5. ระบบเดิมมีปัญหา หรือไฟล์อัปเดตดาวน์โหลดไม่สมบูรณ์

สุดท้ายหากเคยดาวน์โหลดอัปเดตค้างไว้ ไฟล์อัปเดตอาจเสียหรือไม่สมบูรณ์ ทำให้กดติดตั้งไม่ได้ หรือขึ้นข้อความผิดพลาดซ้ำ ๆ นอกจากนี้ เครื่องที่ไม่ได้รีสตาร์ตมานาน หรือมีบั๊กในระบบเดิม ก็อาจทำให้เมนูอัปเดตทำงานผิดปกติได้เช่นกัน

อาการที่พบได้คือ ดาวน์โหลดวนซ้ำ ติดตั้งแล้วล้มเหลว เครื่องรีสตาร์ตกลับมาหน้าเดิม หรือขึ้นข้อความว่าไม่สามารถตรวจสอบอัปเดตได้

วิธีแก้ไข

  • รีสตาร์ตเครื่อง 1 ครั้ง แล้วลองอัปเดตใหม่
  • เช็กวันและเวลาในเครื่องให้ถูกต้อง
  • ลบไฟล์อัปเดตที่ดาวน์โหลดค้างไว้ หากระบบมีเมนูให้ลบ
  • อัปเดตผ่านคอมพิวเตอร์ เช่น Finder/iTunes สำหรับ iPhone หรือโปรแกรมของแบรนด์สำหรับ Android บางรุ่น
  • สำรองข้อมูล แล้วรีเซ็ตการตั้งค่า หากระบบรวนต่อเนื่อง

ก่อนกดอัปเดต ควรเตรียมตัวอย่างไร?

เพื่อให้การอัปเดตปลอดภัยและลดโอกาสเกิดปัญหา ควรเตรียมเครื่องก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะอัปเดตใหญ่ที่เปลี่ยนเวอร์ชันระบบปฏิบัติการ

  • สำรองข้อมูลสำคัญ เช่น รูปภาพ รายชื่อ ไฟล์งาน และแชต
  • ชาร์จแบตเตอรี่ให้เพียงพอ หรือเสียบชาร์จระหว่างอัปเดต
  • เชื่อมต่อ Wi-Fi ที่เสถียร
  • เหลือพื้นที่ว่างในเครื่องให้มากพอ
  • อ่านรายละเอียดอัปเดตก่อนติดตั้ง โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ทำงานประจำ

ควรอัปเดตทันทีไหม?

อีกคำถามที่หลายคนคิดอยู่คือ จริงๆ ต้องอัปเดตทันทีหือไม่ ขอแบางออกเป็นแบบนี้หากเป็นอัปเดตความปลอดภัย แนะนำให้อัปเดตเมื่อเครื่องพร้อม เพราะช่วยปิดช่องโหว่และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน แต่ถ้าเป็นอัปเดตใหญ่ เช่น เปลี่ยนเวอร์ชัน Android หรือ iOS ใหม่ อาจรอดูเสียงตอบรับจากผู้ใช้รุ่นเดียวกัน 1-2 วันก่อนก็ได้

โดยเฉพาะคนที่ใช้มือถือทำงานหลัก ควรตรวจสอบก่อนว่าแอปธนาคาร แอปงาน หรือแอปสำคัญที่ใช้อยู่รองรับระบบใหม่แล้วหรือยัง ก่อนติดตั้ง Software ใหม่จะดีกว่า

สรุปก่อนจาก

ดังนั้นแล้วถ้ามือถือขึ้นชื่ออัปเดต Software ใหม่แต่กดอัปเดตไม่ได้ อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งพื้นที่ไม่พอ แบตเตอรี่น้อย อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร อัปเดตยังไม่ถูกปล่อยให้เครื่องของคุณ หรือไฟล์อัปเดตเดิมมีปัญหา เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ก็ควรเช็คเรื่องของ พื้นที่ การเชื่อมต่อ และการใช้งานเครื่องในเวลานั้นก่อนที่จะอัปเดต จะดีกว่า

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล