รีวิว Nothing Phone (4b) มือถือดีไซน์ไม่เหมือนใคร กล้อง AI ใหม่ แบตอึดกว่าเดิม

รีวิว Nothing Phone (4b) มือถือดีไซน์ไม่เหมือนใคร กล้อง AI ใหม่ แบตอึดกว่าเดิม

รีวิว Nothing Phone (4b) มือถือดีไซน์ไม่เหมือนใคร กล้อง AI ใหม่ แบตอึดกว่าเดิม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Nothing ยังคงเดินหน้าสร้างความแตกต่างให้กับตลาดสมาร์ทโฟน Android อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดกับ Nothing Phone (4b) ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่เข้ามาทำตลาดในช่วงราคาหมื่นต้น ๆ แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ได้ครบ ทั้งดีไซน์โปร่งใส ซอฟต์แวร์ที่ลื่นไหล และลูกเล่น Glyph Bar ที่ไม่มีใครเหมือน

Sanook Hitech ได้รับเครื่องรุ่นนี้มารีวิวให้ได้ชมกันกับความจุเดียว เห็นแบบนี้แล้วดีไหม เรามาดูกันเลย

ดีไซน์ Nothing Phone (4b)

batchimg_20260812_171411

สิ่งแรกที่สะดุดตาคือด้านหลังแบบ Transparent Design ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดย Nothing Phone (4b) ปรับดีไซน์ใหม่ให้เรียบขึ้น แต่ยังคงเผยให้เห็นองค์ประกอบภายในเครื่อง พร้อมเส้นสายที่ดูสะอาดตา

batchimg_20260812_171429

ด้านหลังเลือกใช้ Glyph Bar แทน Glyph Interface แบบเดิม เป็นแถบไฟ LED ที่สามารถแจ้งเตือนสายเข้า การชาร์จแบตเตอรี่ การจับเวลา รวมถึงกำหนดรูปแบบไฟให้กับผู้ติดต่อแต่ละคนได้ ทำให้ยังคงมีลูกเล่นที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟน Android ทั่วไป

ตัวเครื่องเป็นแบบ Unibody ให้ความรู้สึกแข็งแรง จับถือถนัดมือ น้ำหนักกำลังดี และแม้จะใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ แต่ไม่ได้ทำให้เครื่องรู้สึกหนาจนเกินไป

batchside

ตำแหน่งปุ่มต่าง ๆ ใช้งานง่าย

Nothing ยังคงจัดวางปุ่มในตำแหน่งที่ใช้งานได้สะดวก

  • ปุ่ม Power อยู่ด้านขวา
  • ปุ่มเพิ่มและลดเสียงอยู่ด้านซ้าย
  • ด้านล่างเป็น USB-C, ลำโพง และไมโครโฟนหลัก
  • ด้านบนเป็นไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน

ปุ่มต่าง ๆ มีระยะการกดที่แน่น ไม่โยกคลอน และสามารถใช้งานมือเดียวได้สบาย

batchimg_20260812_171443

หน้าจอ AMOLED 120Hz ลื่น สีสวย

Nothing Phone (4b) มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.77 นิ้ว รองรับ Refresh Rate 120Hz พร้อมความสว่างสูงสุดราว 2,000 nits รองรับ HDR10+ ทำให้การรับชมวิดีโอหรือเล่นเกมให้สีสันสดใสและการเลื่อนหน้าจอลื่นไหลมาก 

batchperformance-1

ประสิทธิภาพ / แบตเตอรี่

ภายในเลือกใช้ชิป Snapdragon 6 Gen 4 ผลิตบนสถาปัตยกรรม 4 นาโนเมตร ทำงานร่วมกับ RAM 8GB และความจุ 128GB

จากการทดลองใช้งาน ทั้งการเล่นโซเชียล ถ่ายรูป ดู YouTube หรือเล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV และ PUBG Mobile สามารถทำได้ลื่นไหล ไม่มีอาการหน่วงให้เห็น อีกทั้งยังจัดการความร้อนได้ดีเมื่อใช้งานต่อเนื่อง

ส่วนขนาดแบตเตอรี่ความจุ 5,200mAh ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของพลังงาน ทำให้ใส่แบตก้อนใหญ่โดยตัวเครื่องยังคงบางและจับถือสะดวก

รองรับชาร์จไว 33W เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และจากการทดลองใช้งานทั่วไป สามารถใช้งานได้ตลอดวันโดยไม่ต้องพก Power Bank 

batchimg_20260812_171526

ฟีเจอร์กล้อง

Nothing Phone (4b) มีแค่ 2 กล้องประกอบด้วย

  • กล้องหลัก 50MP
    • เซนเซอร์ Samsung JNS ขนาด 1/2.76 นิ้ว
    • ระบบกันสั่น OIS
    • รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K
    • ช่วยให้ภาพคมชัดแม้ในสภาพแสงน้อย
  • Ultra Wide 8MP
    • มุมกว้าง 119.5 องศา
    • เหมาะกับภาพวิว ภาพหมู่ และสถาปัตยกรรม
  • กล้องหน้า 16MP
    • มุมรับภาพ 81 องศา
    • รองรับทั้งเซลฟี่และวิดีโอคอล
  • 360° Ambient Light Sensor
    • วัดแสงรอบตัวได้ละเอียดขึ้น
    • ช่วยลด Screen Flicker
    • ช่วยให้ระบบวัดแสงและสีแม่นยำขึ้น

batchimg_20260812_171451

ฟีเจอร์ TrueLens Engine 4

Nothing นำระบบ TrueLens Engine 4 ซึ่งเป็นระบบ Computational Photography รุ่นใหม่มาใช้งาน โดยใช้ AI วิเคราะห์ภาพหลายเฟรมก่อนรวมออกมาเป็นภาพสุดท้าย ทำให้ภาพที่ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่สายตามองเห็น ทั้งสี รายละเอียด และ Dynamic Range

ฟีเจอร์เด่นของ TrueLens Engine 4 ประกอบด้วย

  • Ultra XDR Photo รวมหลายเฟรมเพื่อดึงรายละเอียดทั้งส่วนมืดและส่วนสว่าง
  • Ultra XDR Motion ถ่ายวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวได้คมชัดขึ้น ลดอาการเบลอ
  • AI Semantic Segmentation AI แยกท้องฟ้า คน อาคาร ต้นไม้ หรือสัตว์ออกจากกัน แล้วปรับแสงและสีแยกแต่ละส่วน ทำให้ภาพดูเป็นธรรมชาติ
  • Night Mode ลด Noise พร้อมเพิ่มรายละเอียดในที่แสงน้อย
  • Portrait Mode เบลอฉากหลังได้เนียนขึ้น พร้อมแยกขอบตัวแบบแม่นยำกว่าเดิม
  • Skin Tone Algorithm ปรับโทนสีผิวให้ดูสมจริง ไม่เร่งสีจนเกินไป
  • Action Mode เพิ่มความเร็วชัตเตอร์สำหรับถ่ายเด็ก สัตว์เลี้ยง หรือกีฬา
  • รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K พร้อมการประมวลผลสีแบบเดียวกับภาพนิ่ง

จากการทดลองใช้งาน สิ่งที่ประทับใจคือ Nothing ไม่ได้เร่งสีภาพมากจนเกินไป แต่เลือกเก็บรายละเอียดให้ครบ โดยเฉพาะภาพย้อนแสงที่ Ultra XDR ช่วยดึงรายละเอียดของท้องฟ้าและตัวแบบกลับมาได้ดี รวมถึง AI Semantic Segmentation ที่ช่วยให้ต้นไม้หรืออาคารมีมิติโดยยังคงความเป็นธรรมชาติ และยังมี Disco Filter ที่ถ่ายแล้วดูย้อนยุค

batchallpice

(ตัวอย่างภาพ)

batchimg_20260812_171443

ฟีเจอร์ทั่วไปที่น่าใช้

ระบบปฏิบัติการ Nothing OS 4.1 บน Android 16 ยังคงเป็นหนึ่งในจุดเด่นของแบรนด์ ด้วยหน้าตาที่สะอาด ไม่มีแอปติดเครื่องจำนวนมาก พร้อมรองรับ AI ต่างๆ และมี Widget และธีม Dot Matrix อันเป็นเอกลักษณ์ของ Nothing นอกจากนี้ Nothing ยังรับประกันอัปเดต Android 3 เวอร์ชัน และแพตช์ความปลอดภัยนาน 6 ปีเ เรียกว่าใช้งานได้ยาวนาน 

และมีฟีเจอร์อื่นๆ ประกอบด้วย

Essential AI ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ไม่ได้มีไว้แค่ตอบคำถาม

Nothing ไม่ได้พยายามสร้าง AI ที่เป็นเพียงแชตบอต แต่เลือกพัฒนา Essential AI ให้เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลในชีวิตประจำวัน โดยผสานเข้ากับ Nothing OS 4.1 ผ่านปุ่ม Essential Key และฟีเจอร์ Essential Space ทำให้การจดจำ บันทึก และค้นหาข้อมูลทำได้ง่ายขึ้นโดยแทบไม่ต้องเปิดหลายแอป

Essential Key ปุ่มลัดที่ใช้งานได้มากกว่าที่คิด

บริเวณด้านขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่ม Essential Key เพิ่มเข้ามา ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับระบบ AI โดยเฉพาะ

  • กดหนึ่งครั้ง พร้อมแคปหน้าจอเพื่อบันทึกเข้า Essential Space
  • กดค้าง เพื่อบันทึก Voice Note พร้อมให้ AI สรุปใจความสำคัญ
  • กดสองครั้ง เพื่อเข้าสู่ Essential Space ได้ทันที

จุดเด่นคือ AI จะไม่เพียงแค่เก็บข้อมูล แต่ยังช่วยจัดหมวดหมู่ สรุปเนื้อหา และเตือนสิ่งสำคัญให้อัตโนมัติ ทำให้เหมือนมีสมุดบันทึกอัจฉริยะติดตัวตลอดเวลา

batchimg_20260812_171504

Essential Space เก็บทุกอย่างไว้ในที่เดียว

Essential Space เป็นศูนย์รวมข้อมูลที่ผู้ใช้บันทึกไว้ ไม่ว่าจะเป็น Screenshot รูปภาพ บันทึกเสียง หรือข้อความต่าง ๆ โดย AI จะช่วยวิเคราะห์และจัดระเบียบให้อัตโนมัติ

ยกตัวอย่างเช่น หากแคปหน้าจอข้อมูลการเดินทาง หรือรายการที่ต้องซื้อ AI สามารถสรุปเป็น To-do List พร้อมจดจำกำหนดการสำคัญได้โดยไม่ต้องทำเอง

  • สรุปข้อความอัตโนมัติ
  • สร้าง To-do List
  • จดจำเหตุการณ์และกำหนดการ
  • ค้นหาสิ่งที่เคยบันทึกได้ง่ายขึ้น

Live Updates ติดตามทุกอย่างแบบเรียลไทม์

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ของ Nothing OS 4.1 คือ Live Updates ที่แสดงข้อมูลสำคัญแบบเรียลไทม์ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแอปอยู่ตลอดเวลา

ข้อมูลจะแสดงได้หลายตำแหน่ง ได้แก่

  • Always-on Display (AOD)
  • หน้าจอล็อก
  • Status Bar
  • Heads-up Notification
  • Glyph Bar ด้านหลังเครื่อง

ตัวอย่างการใช้งาน เช่น ติดตามอาหารเดลิเวอรี การเดินทางผ่านแอปรถรับส่ง ตัวจับเวลา หรือความคืบหน้าของกิจกรรมต่าง ๆ ได้จากหน้าจอหรือแถบ Glyph โดยไม่ต้องปลดล็อกเครื่อง ช่วยลดการหยิบมือถือขึ้นมาดูบ่อย ๆ

Glyph Bar ฉลาดขึ้นกว่าเดิม

Glyph Bar ไม่ได้เป็นเพียงไฟแจ้งเตือนเหมือนในอดีต แต่กลายเป็นแถบแสดงความคืบหน้าของข้อมูลแบบเรียลไทม์ เช่น

  • สถานะการชาร์จแบตเตอรี่
  • ตัวจับเวลานับถอยหลัง
  • สถานะการส่งอาหาร
  • การเดินทางของรถรับส่ง
  • นับถอยหลังก่อนถ่ายภาพ
  • ไฟแจ้งเตือนระหว่างบันทึกวิดีโอ

ทำให้ผู้ใช้สามารถรับรู้ข้อมูลสำคัญได้เพียงเหลือบมองด้านหลังเครื่อง โดยไม่ต้องเปิดหน้าจอทุกครั้ง

หมายเหตุ : บางฟีเจอร์ยังไม่สามารถใช้ในประเทศไทยได้

Essential Search ค้นหาได้มากกว่าแค่ในเครื่อง

Nothing ยังเพิ่ม Essential Search ที่สามารถค้นหาข้อมูลทั้งภายในเครื่องและบนอินเทอร์เน็ตจากช่องค้นหาเดียว

  • ค้นหาไฟล์และแอปในเครื่อง
  • ค้นหาสิ่งที่เคยบันทึกใน Essential Space
  • แปลภาษา
  • ค้นหาสูตรอาหาร ข่าว หรือข้อมูลทั่วไป
  • ถาม AI ได้ทันที โดยไม่ต้องเปิดแอปอื่น

Creator Playground แต่งเครื่องได้มากกว่าที่เคย

Nothing เปิดพื้นที่ใหม่ชื่อ Creator Playground ให้ผู้ใช้งานและคอมมูนิตี้สามารถแบ่งปันผลงานและดาวน์โหลดสิ่งที่สร้างขึ้นร่วมกันได้

  • Essential Apps
  • Glyph Toys
  • Camera Presets
  • EQ Profiles

แนวคิดนี้ทำให้ Nothing Phone มีความเป็น Community มากกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป เพราะผู้ใช้สามารถแชร์ลูกเล่นและการตั้งค่าระหว่างกันได้

โหมดเล่นเกมก็ได้รับการอัปเกรด

สำหรับสายเกม Nothing Phone (4b) ก็เพิ่มการปรับแต่งหลายส่วนเพื่อให้เล่นเกมได้ลื่นขึ้น ได้แก่

  • รองรับการแสดงผลสูงสุด 120 FPS ในเกมที่รองรับ เช่น ROV และ Call of Duty Mobile
  • Touch Sampling Rate สูงสุด 1,000Hz ช่วยให้ตอบสนองการสัมผัสได้รวดเร็ว
  • ระบบระบายความร้อนขนาด 4,400 ตารางมิลลิเมตร ช่วยรักษาประสิทธิภาพระหว่างเล่นเกมต่อเนื่อง
  • หน้าจอ AMOLED 120Hz แบบ Adaptive Refresh Rate

ยังมีฟีเจอร์เล็ก ๆ ที่ใช้งานได้จริง

Nothing ยังเพิ่มรายละเอียดจากเสียงตอบรับของผู้ใช้งานหลายอย่าง เช่น

  • เพิ่มการบันทึกบัตรลง Google Wallet ได้สะดวกขึ้น
  • หน้าจอล็อกดีไซน์ใหม่ พร้อมนาฬิกาแบบใหม่
  • ปรับระบบลดอาการ Burn-in บริเวณแถบสถานะ
  • ปรับปรุงความเร็วและความแม่นยำของระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • เพิ่ม Breathing Widget สำหรับฝึกการหายใจ
  • เพิ่ม Soundscape Widget สำหรับเปิดเสียงธรรมชาติ ช่วยผ่อนคลายระหว่างทำงานหรือก่อนนอน

สรุปหลังได้สัมผัส

Nothing Phone (4b) อาจไม่ได้เป็นสมาร์ทโฟนที่แรงที่สุดในงบประมาณ 13,999 บาท แต่เป็นมือถือที่มี "คาแรกเตอร์" ชัดเจนที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด

สิ่งที่โดดเด่นคือดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ซอฟต์แวร์ที่ลื่น กล้องที่ได้รับการยกระดับด้วย TrueLens Engine 4 พร้อม AI รุ่นใหม่ รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน และยังมี Glyph Bar ที่ช่วยสร้างประสบการณ์ใช้งานแตกต่างจากสมาร์ทโฟน Android ทั่วไป

หากกำลังมองหาสมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 15,000 บาท ที่ให้ทั้งดีไซน์ ฟีเจอร์ และประสบการณ์ใช้งานที่แตกต่าง Nothing Phone (4b) ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในปีนี้

ราคาในประเทศไทย

  • Nothing Phone (4b) รุ่น 8GB + 128GB ราคา 13,999 บาท

อัลบั้มภาพ 27 ภาพ

อัลบั้มภาพ 27 ภาพ ของ รีวิว Nothing Phone (4b) มือถือดีไซน์ไม่เหมือนใคร กล้อง AI ใหม่ แบตอึดกว่าเดิม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล