กองกำลังกัดดาฟีสกัดคน 3 หมื่นไม่ให้ออกปท.
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/201/1007188/9-3-3.jpgกองกำลังกัดดาฟีสกัดคน 3 หมื่นไม่ให้ออกปท.

กองกำลังกัดดาฟีสกัดคน 3 หมื่นไม่ให้ออกปท.

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

กองกำลังทหารกัดดาฟี เข้าสกัดกั้นแรงงานข้ามชาติ กว่า 30,000 คน ที่กำลังอพยพออกจากประเทศ พร้อมต้อนกลับเข้ากรุงตริโปลี เพื่อใช้แรงงาน

สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (The International Federation of Red Cross and Red Crescent Societies) หรือ Federation เปิดเผยว่า กองกำลังที่ให้การภักดีต่อ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบียเข้าทำการสกัดกั้นแรงงานข้ามชาติที่พยายามอพยพออกจากประเทศลิเบียสู่ประเทศตูนิเซีย ผ่านช่องทางชายแดนกว่า 30,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบังกลาเทศอียิปต์ และจากกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา ในทวีปแอฟริกา พร้อมบังคับให้กลับไปใช้แรงงานในกรุงตริโปลี เมืองหลวงของลิเบียตามเดิม เพื่อใช้แรงงานขั้นพื้นฐาน ในการทำความสะอาดตามโรงพยาบาล

ด้านข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เปิดเผยถึงความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น โดยกองกำลังติดอาวุธชาวลิเบีย และกลุ่มทหารรับจ้าง ในพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศลิเบีย และที่มั่นของกัดดาฟี ในพื้นที่ทางตะวันตก ขณะที่ผู้ลี้ภัยชาวซูดานได้เดินทางถึงประเทศอียิปต์ ผ่านชายแดนทางตะวันตกของลิเบียแล้วและมีเด็กหญิงชาวซูดานวัย 12 ปี คนหนึ่งเปิดเผยว่าถูกข่มขืนระหว่างการอพยพและอีกหลายคนถูกทำลาย หรือ ยึด หลักฐานแสดงตน

นอกจากนี้กองกำลังสนุบสนุน กัดดาฟี ยังคงใช้เครื่องบินรบและรถถัง ถล่มที่มั่นฝ่ายต่อต้านอย่างหนัก และยังมีการถกเถียงเรื่องการบังคับใช้เขตห้ามบิน

โดยกองกำลังที่ภักดีต่อ พันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ได้ส่งรถถังและเครื่องบินรบ ไปถล่มที่มั่นของฝ่ายต่อต้านอย่างรุนแรง ซึ่งทำให้ประชาชนในเมืองซาวิยาห์ มีประชาชนจำนวนมากติดอยู่ท่ามกลางการโจมตีอย่างหนักของฝ่าย พันเอกกัดดาฟี โดยมีการใช้ทั้งรถถังราว 40 - 50 คัน และเครื่องบินรบยิงถล่ม แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงใจกลางเมือง

ขณะเดียวกันมีการเปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้ออกมาเผยว่า การบังคับใช้เขตห้ามบิน เพื่อขัดขวางปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของฝ่าย พันเอกกัดดาฟี จะต้องได้รับฉันทามติจากโลกด้วย แต่ต้องได้รับการสนับสนุนจากประชาคมนานาชาติ และ สหประชาชาติควรเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องนี้ ไม่ใช่สหรัฐฯ

รวมทั้ง การหาข้อสรุปเพื่อให้องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ใช้ปฏิบัติการตอบโต้สถานการณ์อย่างเต็มรูปแบบ เท่าที่จะทำได้ ที่รวมทั้งการสอดแนม, การบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรม, การบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรด้านอาวุธ และกำหนดเขตห้ามบิน