กรณ์ สั่ง ก.ล.ต.สอบกรณีหุ้น TTA

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกระแสข่าวที่ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA ได้ร้องเรียนว่า นายวิจิตร สุพินิจ ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการแทน นายอัศวิน คงศิริ และจะมีการส่งคนเข้ามาเป็นกรรมการอีก 2 คน พร้อมกับเปลี่ยนผู้บริหารของบริษัทว่า ในเรื่องนี้ตนยังไม่ทราบข้อมูลในเรื่องดังกล่าวแต่หากการกระทำเกิดขึ้นจริง ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะปัจจุบัน นายวิจิตร เป็นประธาน ก.ล.ต. จะพ้นจากตำแหน่ง ในวันที่ 13 ก.ค.นี้ และจะขัดต่อ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ ในเรื่องการรวบรวมหุ้นเกินร้อยละ 25 โดยไม่แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. และสาธารณชนให้ทราบก่อน รวมไปถึงไม่มีการดำเนินการตั้งโต๊ะรับซื้อหลักทรัพย์จากผู้ถือหุ้นรายย่อย ดังนั้นหน่วยงานที่กำกับดูแลอย่างเข้มงวด ควรจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากกรณีนี้ เพราะไม่เช่นนั้น ทาง ก.ล.ต.อาจเสื่อมเสียชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือได้
ขณะกล่าวด้วยว่า ภายหลังจากที่คณะกรรมการได้ผลักดันแผนพัฒนาตลาดทุนไทย ได้ส่งผลดีต่อนักลงทุนรายย่อย รวมไปถึงผู้ประกอบการที่สามารถลดต้นทุนในการประกอบการได้ โดย ใน 18 เดือนที่ผ่านมา มีการขยายตัวที่ดีขึ้น ทั้งการซื้อขายหุ้นในแต่ละวัน รวมถึงจำนวนบริษัทที่จดทะเบียน และมูลค่าหลักทรัพย์ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามเป้าหมายที่สำคัญของการพัฒนาตลาดทุนไทยนั้น ยังคงเป็นการทำให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคอินโดจีน นอกจากนี้ในแผนดังกล่าวจะมีการพัฒนาสินค้าเกษตรล่วงหน้าให้เพิ่มมากขึ้น จากไทยที่เป็นผู้นำส่งออกสินค้าเกษตร แต่ขณะนี้ยังมีปัญหา โดยเฉพาะการควบรวมบริษัทตลาดอนุพันธ์ และตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย เนื่องจากว่าทางกระทรวงพาณิชย์ ยังไม่เห็นด้วยที่จะให้ควบรวม ซึ่งหลังจากการเลือกตั้งแล้ว คงจะต้องรอดูนโยบายของรัฐมนตรีว่า
การกระทรวงพาณิชย์ คนใหม่ ว่าจะเป็นเช่นไร ในการที่จะยอมให้ประเทศอื่น เข้ามาเป็นผู้นำแทนประเทศไทยในเรื่องสินค้าเกษตรหรือไม่
ขณะกล่าวด้วยว่า ภายหลังจากที่คณะกรรมการได้ผลักดันแผนพัฒนาตลาดทุนไทย ได้ส่งผลดีต่อนักลงทุนรายย่อย รวมไปถึงผู้ประกอบการที่สามารถลดต้นทุนในการประกอบการได้ โดย ใน 18 เดือนที่ผ่านมา มีการขยายตัวที่ดีขึ้น ทั้งการซื้อขายหุ้นในแต่ละวัน รวมถึงจำนวนบริษัทที่จดทะเบียน และมูลค่าหลักทรัพย์ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามเป้าหมายที่สำคัญของการพัฒนาตลาดทุนไทยนั้น ยังคงเป็นการทำให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคอินโดจีน นอกจากนี้ในแผนดังกล่าวจะมีการพัฒนาสินค้าเกษตรล่วงหน้าให้เพิ่มมากขึ้น จากไทยที่เป็นผู้นำส่งออกสินค้าเกษตร แต่ขณะนี้ยังมีปัญหา โดยเฉพาะการควบรวมบริษัทตลาดอนุพันธ์ และตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย เนื่องจากว่าทางกระทรวงพาณิชย์ ยังไม่เห็นด้วยที่จะให้ควบรวม ซึ่งหลังจากการเลือกตั้งแล้ว คงจะต้องรอดูนโยบายของรัฐมนตรีว่า
การกระทรวงพาณิชย์ คนใหม่ ว่าจะเป็นเช่นไร ในการที่จะยอมให้ประเทศอื่น เข้ามาเป็นผู้นำแทนประเทศไทยในเรื่องสินค้าเกษตรหรือไม่
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

