สภาถกกระทู้สดน้ำท่วมแล้ว-สส.อีสานจี้รัฐเร่งกู้3.5แสนล้าน

การประชุมสภา เริ่มแล้ว ประธานเปิดโอกาสสมาชิกหารือ ก่อนเข้าสู่วาระกระทู้สดน้ำท่วม และการสร้างเขื่อนแม่วงก์ โดย ส.ส.ส่วนใหญ่ เรียกร้องแก้ปัญหาน้ำท่วมโดยเร็ว ด้าน 'ณัฐวุฒิ' แจงรัฐเตรียมงบกว่า400ล้านช่วยเกษตรกรปลูกข้าวโพด
บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญทั่วไป ครั้งที่ 14 ล่าสุด เปิดการประชุมแล้ว โดยมี นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่วาระ ประธานได้เปิดโอกาสให้สมาชิก หารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่ง ส.ส.ส่วนใหญ่ หารือถึงแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานที่ประสบปัญหาอย่างหนัก สร้างความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และพืชผลทางการเกษตร จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการนำเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท เร่งเยียวยาความเสียหายโดยเร็ว ขณะที่ ส.ส. ที่จังหวัดของตนเองไม่ประสบอุทกภัย ได้ให้กำลังใจและส่งสิ่งของช่วยเหลือเบื้องต้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว
สำหรับวาระกระทู้สดวันนี้มี 3 เรื่อง คือ ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ราคาตกต่ำ ปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำ และปัญหาวิกฤติน้ำท่วม
'ณัฐวุฒิ' ลั่น รัฐเตรียมงบกว่า400ล้านช่วยข้าวโพด
บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญทั่วไป ขณะนี้ ที่ประชุมกำลังพิจารณากระทู้ถามสด โดย นายพหล วรปัญญา ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งกระทู้ถามสด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่องปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาตกต่ำ ซึ่งทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายให้ชี้แจงแทน ยอมรับว่า เกิดปัญหาดังกล่าวจริง แต่คณะรัฐมนตรี ก็มีมติกำหนดมาตรการช่วยเหลือ โดยเตรียมงบประมาณ จำนวน 150 ล้านบาท มาสนับสนุนการส่งออกข้าวโพด มีเป้าหมายจำนวน 3 แสนตัน และอีก 250 ล้านบาท ที่จะให้สหกรณ์ต่างๆ มารับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกร โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน ถึง 31 ธันวาคม 2556
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน มีสหกรณ์เข้าร่วมโครงการแล้ว 548 แห่ง และรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรแล้ว จำนวน 1,823 ราย
อธ.กรมชลฯ ยัน น้ำท่วมคลี่คลายภายใน 7 วัน
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้อยู่ในขั้นทรงตัว โดยในส่วนของ จ.ปราจีนบุรี ปริมาณน้ำที่ท่วมขังจะคลี่คลายภายใน 7 วัน รวมไปถึงในภาคอีสาน ขณะที่ ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ยังไม่อยู่ในขั้นที่น่าวิตก แต่มีสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ การระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด โดยใช้ระบบชลประทานในการระบายน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำใหม่มาเพิ่มเติม พร้อมกันนี้ ยืนยันว่า สถานการณ์น้ำท่วมจะไม่วิกฤติ แต่อาจมีผลกระทบบ้างในชุมชนที่อยู่ริมตลิ่ง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกปี
นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล สถานการณ์น้ำจะไม่ซ้ำรอยเหตุการณ์อุทกภัยเหมือนปี 2554 เนื่องจากรัฐบาลมีแนวทางบริหารจัดการน้ำอย่างถาวร โดยอยู่ในแผนการกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ที่จะช่วยในการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




