ภูมิใจไทย ยอมอ่อนผลิต เมล์4พันคัน ในปท.70% ขอเลื่อนแต่ไม่ถอน!

"สุเทพ" บอกเคลียร์ปัญหา "รถเมล์ 4 พันคัน" แล้ว ด้าน "ภูมิใจไทย" ยอมผลิตในประเทศ 70% "ชวรัตน์" มั่นใจโครงการไม่พับ เชื่อแค่เลื่อนไปก่อน ปธ.วุฒิกังขาราคาค่าเช่าแพงไป
"สุเทพ" ย้ำเห็นทุจริตฟ้องนายกฯ
ด้านกระแสความขัดแย้งของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จุดยืนของรัฐบาลนี้คือ ถ้าประชาชนและสื่อมวลชนเห็นว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งมาที่นายกฯโดยตรง ซึ่งรับรองว่านายกฯจะดำเนินการและจะจัดการทันที โดยไม่คำนึงว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคร่วมรัฐบาลอื่น เพราะจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งประชาชนคาดหวังกับนายกรัฐมนตรีมาก
"โครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คันนั้น ยังไม่อยากพูดตอนนี้ แต่อยากบอกว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการนำเงินของรัฐบาลหรือเงินภาษีของประชาชนไปใช้แม้แต่บาทเดียว ผมได้ไปเจรจากับพรรคภูมิใจไทยว่า ต้องให้รถเมล์จำนวนนี้ผลิตในประเทศเกินครึ่ง ซึ่งในที่สุดเขาก็แก้ไขว่า ผลิตในประเทศไทยร้อยละ 70 ส่วนเรื่องราคาก็พูดกันใน ครม. ซึ่งครม.จะอนุมัติหรือไม่ เป็นเรื่องของ ครม." นายสุเทพกล่าว
ปชป.ยันทุกโครงการต้องโปร่งใส
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมพิจารณาโครงการที่อยู่ในความสนใจของประชาชนว่า พรรคขอยืนยันว่า จะยึดหลักความรอบคอบ โปร่งใส และความรับผิดชอบร่วมกันตามแนวทางที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน การระบายสินค้าเกษตร หรือการปฏิรูปที่ดินให้กับคนจน โดยทั้งหมดนี้ พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะยึดหลักบรรทัดฐานยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลักในการพิจารณา
"บริการรถเมล์และรถร่วม ขสมก.อยู่ในขั้นวิกฤต และไม่มีความปลอดภัยจากการบริการรถเมล์และรถร่วม ดังนั้นการที่จะผ่าตัดองค์กรเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องจำเป็น และรัฐบาลต้องเสนอภาพใหญ่การบริการจะดีขึ้นอย่างไร และหากไม่สามารถคำนึงถึงความโปร่งใสได้ก็ยากจะเกิดความยอมรับ" นพ.บุรณัชย์กล่าว และว่า เป้าหมายหลักระบบรถเมล์คือ ต้องยกเครื่องทั้งหมด
"ชวรัตน์" เชื่อแค่เลื่อนไม่ถอนแน่
ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า การประชุมครม.สัปดาห์นี้ จะไม่มีการพิจารณาโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สังกัดพรรคภูมิใจไทย พยายามเสนอเข้าครม.ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด อย่างไรก็ดี นายกฯอาจจะไม่ได้รับความกระจ่างในโครงการ และอาจต้องการเวลาศึกษามากกว่านี้ โดยส่วนตัวคิดว่า โครงการนี้คงจะไม่ถอนไปก่อน แต่อาจจะเลื่อนไปบ้าง เพราะแต่ละวันก็ไม่ได้ทำงานนี้งานเดียว นายกฯมีงานร้อยแปด อาจจะยังไม่ศึกษา แต่เมื่อนายกฯเป็นหัวหน้ารัฐบาล ก็จะต้องตอบปัญหากับประชาชนให้กระจ่างชัดว่า ทุกอย่างโปร่งใส พิสูจน์ได้ แต่คิดว่าเรื่องนี้ไม่กระทบต่อการร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยถึงกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ได้ส่งโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อบรรจุเข้าวาระที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 3 มิถุนายนว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ยังไม่มีการบรรจุวาระโครงการนี้เข้าสู่ที่ประชุมครม. เพื่อพิจารณาแต่อย่างใด เป็นไปได้ว่า หากต้องการผลักดันเข้าที่ประชุม คงเป็นลักษณะวาระจร
เพื่อไทยปูดขัดแย้งรถเมล์แค่ตบตา
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงที่พรรคเพื่อไทย อาคารบีบีดี บิ้วดิ้ง กรณีพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ว่า วันนี้ประชาชนตั้งข้อกังขาถึงความโปร่งใสของรัฐบาลว่า พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมรัฐบาล กำลังมีโครงการในลักษณะบุฟเฟ่คาบิเนต โดยสร้างภาพความขัดแย้งภายในรัฐบาลเกี่ยวกับโครงการต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องรถเมล์ 4,000 คันเพื่อตบตาฉากหนึ่ง โดยได้ยินมาว่ามีการประสานผลประโยชน์กันลงตัวระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยใช้ระบบกินแบ่ง ซึ่งสุดท้ายเรื่องจะถูกโยนไปที่ กทม. ที่เป็นเครือข่ายพรรคประชาธิปัตย์ให้เข้ามารับช่วงต่อ
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์คงไม่กล้าฝืนกระแสสังคมอนุมัติให้โครงการผ่าน ครม. ขณะเดียวกันก็ไม่กล้าตีเรื่องตกไป เพราะจะเป็นการหักดิบพรรคภูมิใจไทย ถ้าเป็นอย่างนั้นอาจจะกลายเป็นรถเมล์แก๊สมรณะระเบิดทั้ง ครม. ให้ตายหมู่ โดยพรรคภูมิใจไทยถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลจนนำไปสู่การยุบสภา
"ประสพสุข" ถามทำไมค่าเช่าแพง
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ว่ายังไม่ได้ศึกษารายละเอียดของโครงการ แต่ก็มีข้อสงสัยเหมือนหลายๆ คน ว่า ทำไมต้องเช่า แล้วค่าเช่าทำไมแพง ทำไมดอกเบี้ยสูง ก็เหมือนทุกอย่างที่ทุกฝ่ายสงสัย ซึ่งหาก ครม.จะอนุมติโครงการนี้ต้องทำทุกอย่างให้ชัดเจน
ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า นายกฯคงต้องตัดสินใจอย่างหนักเกี่ยวกับโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน อย่าเห็นเพียงแค่ผลประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ต้องเห็นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก เพราะหากยุบสภาหรือลาออก นายอภิสิทธิ์ จะได้กลับมาเป็นนายกฯ และอยู่ยาว แต่ถ้าเลือกผลประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาล เลือกตั้งครั้งต่อไปอาจจะไม่ได้กลับเข้ามา เพราะจะโดนตราหน้าว่าเป็นรัฐบาลขี้โกง
"ผมเชื่อว่า ถ้านายอภิสิทธิ์ยึดหลักกฎเหล็ก 9 ข้อของรัฐบาลไว้ ก็ควรโอนเรื่องดังกล่าวไปให้ กทม.ดูแล เพราะเป็นเรื่องของมหานคร จะให้คนบุรีรัมย์มาแก้ปัญหาของ กทม.ได้อย่างไร เพราะขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องนี้ ซึ่งการโอนให้กทม.จัดการเป็นแนวคิดร่วมกันของ ส.ว.ทั้ง 150 คน" นายสมชายกล่าว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



