ภท.โต้ หม่อมอุ๋ย เรียกค่าหัวคิวเมล์เช่า4พันล.! ซัดข้อมูลมั่ว-จินตนาการมากไป

ภท.โต้ หม่อมอุ๋ย เรียกค่าหัวคิวเมล์เช่า4พันล.! ซัดข้อมูลมั่ว-จินตนาการมากไป

ภท.โต้ หม่อมอุ๋ย เรียกค่าหัวคิวเมล์เช่า4พันล.! ซัดข้อมูลมั่ว-จินตนาการมากไป
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ภูมิใจไทยตบเท้าโต้อดีตรมว.คลัง เก็บค่าหัวคิวรถเมล์ คันละ 1 ล้านรวม 4 พันล้าน ข้อมูลมั่ว ไม่เป็นความจริง ข้อตกลงแลกเปลี่ยนเช่าเอ็นจีวี 4 พันคันกับขยายปริมาณจำนำข้าวก็ไม่มีมูลความจริง ซัดจินตนาการมากเกินไป ยังไม่ได้ลงมือใครยอมจ่าย

นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ตอบโต้ข้อมูล ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ระบุ การผลักดันเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่กระทรวงคมนาคมผลักดัน วงในการเมืองลือกันว่ามีการตั้งเป้ากันไว้คันละ 1 ล้านบาท รวมเป็น 4,000 ล้านบาท ว่า ไม่เป็นความจริง การออกมาให้ข้อมูลของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรครั้งนี้น่าจะเป็นเรื่องจินตนาการมากเกินไป

"โครงการรถเมล์ 4,000 คัน ยังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด โครงการยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย และถ้ามีการประกวดราคา ราคารถก็จะต้องต่ำลงกว่านี้อีก แล้วใครเขาจะไปยอมจ่ายให้"นายศุภชัย กล่าว

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจาก ภท.กล่าวว่า การออกมาระบุว่า มีการเรียกรับเงิน โครงการเช่ารถเมล์ คันละ 1 ล้านบาท และ ภท. กับพรรคประชาธิปัตย์ มีการตกลงแลกเปลี่ยนโครงการรถเมล์กับการขยายปริมาณรับจำนำข้าวเปลือก นาปรังเพิ่มอีก 2 ล้านตัน รวมเป็น 6 ล้านตัน เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

"ผมเบื่อเหลือเกินกับพวกที่ชอบออกมาคัดค้านโครงการ และตั้งข้อสังเกตในลักษณะการให้ร้ายแบบนี้ โดยไม่ยอมดูเนื้อในโครงการว่าจริงๆ แล้วเป็นประโยชน์กับประชาชนแค่ไหน ทำกันจนภาพลักษณ์โครงการเสียหายแบบนี้ พอจะไปชี้แจงขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์ก็มาโจมตีอีกว่า เป็นการประชาสัมพันธ์ผลงานของพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องทำกันแบบนี้"

ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปแล้ว โครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน มีการเรียกรับค่าตอบแทนคันละ 1 ล้านจริงหรือไม่ นายโสภณกล่าวอย่างมีอารมภ์ว่า "ไม่เป็นความจริง ข้อมูลที่เอามาพูดมั่วกันทั้งนั้น"

นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก.กล่าวว่า ขสมก.จะเร่งจัดส่งข้อมูลให้คณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ตามที่ขอให้ชี้แจง 5 ประเด็นโดยเร็ว โดยขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่า โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวีจะเดินหน้าอย่างไร คงต้องรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการ สศช.ก่อน

ขณะที่นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ที่ไม่พอใจการไม่ยอมเข้าชี้แจงโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี ของนายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานบอร์ด ขสมก.แถลงที่รัฐสภาว่า เมื่อปี 2547 สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สรุปผลตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐในการซื้อรถเมล์ยูโรทูว่า

โครงการเช่าและจ้างซ่อมบำรุงรักษารถเมล์ยูโรทู 500 คัน เมื่อปี 2544 ตามสัญญาลงวันที่ 15 มกราคม 2544 ที่นายปิยะพันธ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกในขณะนั้นเป็นประธาน ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของ ขสมก.ทำให้ราชการเสียหาย และพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นการนำไปสู่การทุจริต สตง.สรุปว่า โครงการดังกล่าวมีความเสียหายเบื้องต้น 1,591,491,250 บาท รวมกับผลการดำเนินการหลังจากที่รถยูโรทูออกวิ่ง ทำให้ขาดทุนวันละ 3 พันบาทต่อคันต่อวัน ทำให้จากระยะเวลา 10 ปี ทำให้ขาดทุนทั้งสิ้น 5,475 ล้านบาท ทำให้ ขสมก.เสียหายรวมประมาณ 7,066,491,250 บาท

ทั้งนี้ สตง.แจ้งให้กระทรวงคมนาคมเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง 1,591,491,250 บาท จากนายปิยะพันธ์และพวกอีก 6 คน

รวมทั้งให้ส่งเรื่องการขาดทุนของ ขสมก.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป เมื่อเรื่องนี้ส่งให้กระทรวงคมนาคมหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ตามหนังสือของ สตง. แต่ในปี 2551 กลับมีการแต่งตั้งนายปิยะพันธ์ในสมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ ให้ดำรงตำแหน่งประธานบอร์ด ขสมก.อีกครั้ง และได้อนุมัติโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ในลักษณะเดียวกับที่เคยดำเนินการสมัยเป็นรองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล