
พัชรวาท โต้ มาร์ค! ยันไม่เคยเสนอลาพักร้อน
ผบ.ตร.ยังยิ้มร่า ปัดเสนอ2ทางออกลดอุณหภูมิคดียิง"สนธิ" ยันไม่ได้ยื่นหนังสือขอลาพักไปตปท. แค่มีทริปไปจีน10วันตามปกติ ขู่ถ้าระงับโยกย้ายอาจถูก152นายพลฟ้อง บอกตีความกันไปเองว่าเป็นอุปสรรค-การเมืองไม่กดดัน
เมื่อ 31 ก.ค. จากกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. หารือช่วงเช้าที่บ้านพิษณุโลก แต่เปิดเผยผลการเจรจาออกมาต่างกันนั้น
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ กลับเข้าสำนักงานในเวลา 17.20 น. โดยเรียกนายตำรวจคนสนิทเข้าหารือที่ห้องสำนักงาน ชั้น 7 อาคาร 1 ตร.
จากนั้นเวลา 20.30 น. พล.ต.อ.พัชรวาทออกจากสำนักงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทักทายผู้สื่อข่าว โดยให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องการลาพักงานไม่มีอยู่แล้ว เรื่องที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูดตนไม่ได้ฟัง และไม่ได้ทำหนังสือเสนอทางออกอะไรขึ้นไป เป็นเพียงการหารือกัน และไม่มีการยื่นหนังสือเพื่อขอลาพักไปต่างประเทศแต่อย่างใด แต่มีทริปต้องเดินทางไปราชการที่ประเทศจีน ในฐานะผบ.ตร.ตามการแลกเปลี่ยนเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยปีหนึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องไปจีน 3 ครั้ง ปกติครั้งละประมาณ 10 วัน ซึ่งผบ.ตร.ต้องไป 1 ครั้งๆนี้ก็เป็นจังหวะที่ต้องไปพอดี ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าไปเมื่อไหร่อย่างไร ปกติก็ไป 10 วัน แต่ก็ไม่ได้จะลาต่อ ตอนนี้ก็ยังปฏิบัติราชการปกติวันจันทร์ที่ 3 ส.ค.ก็ยังจะมาปฏิบัติราชการปกติ
เมื่อถามว่าช่วงที่ไปราชการที่ประเทศจีนจะให้ใครปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร.กล่าวว่า ตรงนี้ดูตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 72 วรรคแรก ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา เมื่อถามถึงที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าระงับการแต่งตั้งโยกย้ายทั้งหมด ผบ.ตร.กล่าวว่า ตอนนี้ร่างพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ก็เหลือเพียงการประกาศในราชกิจจา ตามกำหนดการเดิมวางไว้ว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้มีผลในวันนี้ 16 ส.ค. แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องดูอีกครั้ง
"แต่ปัญหามันมีที่การแต่งตั้งนายพล 152 ตำแหน่งนั้นผ่านการพิจารณาของก.ตร.ไปแล้ว ซึ่งถ้ามีการปรับเปลี่ยนผู้ที่มีชื่อในการแต่งตั้งแล้วอาจมีปัญหา กลับฟ้องร้องกันได้ ตรงนี้ก็ต้องดูให้ดี"ผบ.ตร.กล่าว
เมื่อถามถึงระดับรองผบก.ลงมา จะต้องระงับการแต่งตั้งตามที่นายกรัฐมนตรีระบุหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่ได้ฟังที่นายกรัฐมนตรีพูด แต่ไม่รู้ว่าเป็นการเข้าใจผิดกันอย่างไรหรือเปล่า ก็ต้องดูไปตามกฎหมาย เมื่อถามว่าการทำแบบนี้การเมืองล้วงลูกเรื่องการแต่งตั้งหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนไม่ได้ฟังที่นายกรัฐมนตรีพูด อย่างไรก็ตาม ตนสบายอยู่แล้ว ก็ทำงานต่อไป เรื่องการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของตนที่เป็นกระแสในช่วงนี้ก็เป็นแค่ข่าว ไม่มีอะไร
เมื่อถามว่าการพูดของนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าผบ.ตร.ไม่อยู่คดีนายสนธิจะคืบหน้าฟังดูเหมือนผบ.ตร.เป็นอุปสรรคในคดีนายสนธิ ผบ.ตร. กล่าวว่า ผมไปทำอะไรในคดีนี้ เป็นอุปสรรคตรงไหน คิดกันไปเองตีความกันไปเอง ผมไม่ได้ได้ทำอะไร เมื่อถามว่าการเมืองกดดันหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่มีอะไรกดดัน ก็เป็นเพียงข่าว
ด้านนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์เวลา 17.00 น. ที่ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรี่ยม ว่า พล.ต.อ.พัชรวาทได้ขอลาพักร้อน เป็นเวลา 30 วัน ทราบว่าขณะนี้ท่านเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศแล้ว คาดว่าจะเดินทางไป 10 กว่าวัน โดยไม่มีข้อครหาว่าการทำคดีมีอุปสรรค นอกจากนี้ตนได้สั่งระงับโผโยกย้ายทั้งหมด รวมทั้งโผปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติใหม่ของผบ.ตร.ทั้งหมดด้วย โดยในระหว่างนี้พนักงานสืบสวนคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล จะเดินหน้าสืบสวนคดีและตนจะเป็นผู้ดูแลการออกคำสั่งต่างๆในคดีเอง เชื่อว่าการพักร้อนครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขู่จะลาออกด้วย ขอยืนยันว่าการเมืองไม่ได้บีบ แต่เพื่อเดินหน้าคดีให้มีความถูกต้องและเป็นธรรม โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงก็เห็นด้วย
ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการสอบสวนคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯที่อาจส่งผลกระทบต่อรัฐบาลว่า คดีนี้เกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาทำหน้าที่ ดังนั้น เป็นหน้าที่ของใครก็ตามที่มีอำนาจอยู่ต้องดำเนินการต่อไป แต่คิดว่าเรื่องคดีต้องใช้เวลา อย่ารีบร้อน ถ้าหลักฐานไม่ชัดเจน รูปคดีจะเสียได้ จึงควรให้เวลาจนกว่าจะสืบสวนสอบสวนได้ข้อเท็จจริงชัดเจน อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องเป็นห่วง เชื่อว่านายกฯจะแก้ไขปัญหาได้ การสอบสวนเป็นเรื่องของตำรวจ รัฐบาลไม่มีหน้าที่ควบคุมกระบวนการ แต่หากเจ้าหน้าที่ไม่ยุติธรรมก็ต้องไปดูแล
"วันนี้ ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าอะไรเป็นอะไร ต้องให้เวลาทำงาน รัฐบาลจะไปสั่งผิดสั่งถูกไม่ได้ หรือจะไปสั่งว่าคดีควรเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ได้ ต้องอยู่ที่พยานหลักฐาน เรื่องอุปสรรคการทำงานก็ได้ยิน แต่ไม่ทราบว่าเป็นอุปสรรคจากใคร ต้องถามพล.ต.อ.ธานี (สมบูรณ์ทรัพย์) แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดร้องว่ามีปัญหา นายกฯในฐานะรัฐบาลมีหน้าที่ต้องช่วยแก้ปัญหา" นายชวน กล่าว
