พล.อ.บุญสร้าง ลั่น ทักษิณต้องมีวุฒิภาวะ

พล.อ.บุญสร้าง ลั่น ทักษิณต้องมีวุฒิภาวะ

พล.อ.บุญสร้าง ลั่น ทักษิณต้องมีวุฒิภาวะ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อดีต ผบ.สส.ออกโรงปรามเสื้อแดงหยุดการกระทำนำไปสู่ความแตกแยกและระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท จี้ "ทักษิณ" มีวุฒิภาวะ อย่าปล่อยกิเลสบดบังปัญญา พร้อมยืนยันกระแสปฏิวัติแค่ข่าวลือ "สุเทพ"ยันรัฐบาลไม่ขัดขวางฎีกาแดง แต่ถ้าผิดกม.จัดการแน่ มท.2 ยันตั้งโต๊ะถอนฎีกาถูกกม.ยอมรับยังไม่มีรายงานตัวเลข วิปรัฐฯ ขอให้ทุกฝ่ายยอมรับระบบยุติธรรม จี้พรรคร่วมคิดยุทธศาสตร์ทำความเข้าใจกับประชาชน

วันที่ 4 ส.ค. พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และอดีตสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เตรียมถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลยและนักโทษคดีทุจริตที่อยู่ระหว่างหลบหนี โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าบ้านเมืองขณะนี้มีความวุ่นวาย สังคมอ่อนแอ ไม่มีความสามัคคี ดังนั้น เรื่องอะไรที่จะนำไปสู่ความแตกแยกก็ไม่ควรทำ ต้องมีสามัญสำนึก และต้องไม่ทำอะไรที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท พร้อมเชื่อว่าพระองค์ท่านคงไม่เกษมสำราญถ้าหากลูกๆ ไม่รักกัน ซึ่งการที่ลูกๆ ทะเลาะกันเท่ากับทำร้ายจิตใจพ่อ

พล.อ.บุญสร้าง กล่าวต่อว่า หลายคนกำลังทำอะไรเหมือนเด็ก ถ้าเราคิดว่าเป็นสิทธิ์ที่ทำได้โดยไม่มีจิตสำนึก บ้านเมืองก็จะวุ่นวาย โดยเฉพาะการถวายฎีกา ไม่ควรจะนำมาเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหา คนจะดีได้ ชาติบ้านเมืองจะเข้มแข็งได้ ต้องมีหลักการ มีกฎกติกาที่ชัดเจนในเรื่องของความถูกผิด ถ้าไม่ชัดเจนก็จะเป็นอย่างทุกวันนี้ รู้สึกสงสารและเวทนาบ้านเมืองมาก เพราะคนในชาติกำลังเผาบ้านเมืองตัวเอง

พล.อ.บุญสร้าง แนะสื่อมวลชนว่า ต้องช่วยกันรณรงค์อย่าให้ประชาชนทะเลาะกัน เพราะขณะนี้คนไทยยังขาดจิตวิญญาณความรักชาติ คนที่มีอำนาจในบ้านเมืองต้องเร่งทำพื้นฐานความเป็นประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง เพราะขณะนี้ประชาธิปไตยในบ้านเมืองเรายังไร้วุฒิภาวะ ขณะที่ตัวแปรอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องมีวุฒิภาวะให้มากๆ ถ้าคนเรามีกิเลสมากก็อาจจะบดบังปัญญาได้ พร้อมกันนี้ยืนยันด้วยว่ากระแสทหารปฏิวัติเป็นเพียงข่าวลือ

"สุเทพ"ยันรัฐบาลไม่ขัดขวางฎีกาแดงผิดกม.จัดการแน่

เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องการยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ของกลุ่มเสื้อแดง ว่า ตนพยายามระมัดระวังไม่พูดเรื่องนี้ เพราะไม่ต้องการให้คนขัดแย้งกัน แต่คงต้องย้ำว่าตนเป็นคนไทยแท้ มีความจงรักภักดีและเทิดทูบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่ประสงค์ที่จะให้ใครไปกระทำการใด ๆ ที่เป็นการล่วงละเมิดหรือกระทบกระเทือนเบื้องพระยุคลบาท ซึ่งเรื่องที่มีกลุ่มคนพยายามถวายฎีกาเพื่อให้พ.ต.ท.ทักษิณพ้นโทษนั้น ตนได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าเป็นเรื่องไม่บังควรหรือสมควรทำ เพราะไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ การพยายามไปถวายฎีกาจึงไม่ถูกต้อง แต่เขาก็พยายามทำ เราจึงไม่เข้าใจในวัตถุประสงค์ที่อยู่ลึก ๆ จริงๆ ว่าต้องการอะไรกันแน่

"ถ้าจะอ้างว่าประชาชนคนไทยใครก็มีสิทธิถวายฎีกาได้ ก็ต้องดูว่าที่ประชาชนคนไทยทั่วไปเขาทำกันอย่างไร ฎีกาที่คนทั่วไปทำคือคนที่ได้รับโทษและต้องโทษอยู่ ยอมรับกฎเกณฑ์กติกาของสังคม และสำนึกผิด เหมือนครั้งหนึ่งที่คุณวีระ มุสิกพงษ์ แกนนำคนเสื้อแดง เคยต้องโทษ และได้ถวายขอฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งตอนนั้นคุณวีระอยู่ในคุก และได้รับพระราชทานอภัยโทษไป เพราะมีเหตุผล แต่คนที่หนีคุก หนีศาล มันไม่เข้าเกณฑ์ "นายสุเทพ กล่าว

รองายกรัฐมนตรี บอกด้วยว่า เรื่องนี้ถือเป็นหน้าที่ของประชาชนได้ติดตามและตรึกตรอง ใช้ดุลยพินิจดูว่าที่เขาทำกันเหมาะสมหรือไม่ เพราะรัฐบาลจะไปขัดขวางคงไม่ได้ รัฐบาลดูได้เฉพาะเรื่องที่เขาทำผิดกฎหมาย ตราบใดที่ยังไม่ผิดกฎหมายก็ตามไปดูห่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่เห็นว่าจะเข้าไปจัดการตามกฎหมายด้วยวิธีไหน จึงทำได้แต่เพียงการเฝ้าระวังต่อไป

มท.2ยันตั้งโต๊ะถอนฎีกาถูกกม.ยอมรับยังไม่มีรายงานตัวเลข

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ทางพรรคภูมิใจไทย มีมติชัดเจนเกี่ยวกับการล่ารายชื่อเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อข้อกฎหมาย ในการขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งจะเป็นตัวอย่างให้นักการเมืองคนอื่นที่ทำความผิด แล้วดึงประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้อง ถือว่าไม่ถูกต้อง ทางพรรคจึงมีการแสดงจุดยืน โดยการประสานไปยังผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ให้ทำความเข้าใจกับประชาชน

ส่วนการตั้งโต๊ะถอนชื่อนั้น นายบุญจง กล่าวว่า ทางกระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเท่านั้น โดยยืนยันว่า การตั้งโต๊ะถอนชื่อนี้เป็นวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ประชาชนจะลงชื่อหรือไม่ เป็นสิทธิของประชาชน ไม่ได้มีการบังคับแต่อย่างใด สำหรับวิธีในการรวบรวมรายชื่อเป็นขั้นตอนของส่วนราชการ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีรายงานตัวเลขของประชาชน ที่ลงชื่อถอนฎีกา มายังกระทรวงมหาดไทยแต่อย่างใด

วิปรัฐฯร้องเสื้อแดงหยุดล่าชื่อถวายฎีกาอ้างรบกวนเบื้องพระยุคลบาท

เมื่อเวลา 13.30 น. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงผลประชุมวิปรัฐบาล ว่า วิปฯหารือจัดลำดับกฎหมายสำคัญ เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาในสมัยนิติบัญญัติตามข้อบังคับ แบ่งเป็น 3 หมวดได้แก่ 1 .ร่างที่ผ่านการพิจารณาชั้นกรรมาธิการ(กมธ.)แล้ว อาทิ ร่างพ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(ฉบับที่...)พ.ศ... ร่างพ.ร.บ.บำนาญข้าราชการ (ฉบับที่...)พ.ศ... ร่างพ.ร.บ.ปรับปรุงทบวง กระทรวง กรม เรื่องการจัดตั้งกรมหม่อนไหม ร่างพ.ร.บ.ตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งหากสภาเห็นชอบสามารถมีผลบังคับใช้ได้ทันที 2. กฎหมายเร่งด่วนสำคัญ อาทิ การยืนยัน พ.ร.ก.อัตราพิกัดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือยืนยันไปยังประธานสภาฯแล้วเพื่อนำสู่การพิจารณาอีกครั้ง ขึ้นกับประธานสภาฯว่าจะบรรจุวาระอย่างไร นอกจากนี้ยังมีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ ต้องดำเนินการพิจารณาในช่วงระหว่างวันที่ 26-27 ส.ค.นี้ และ 3. ร่างกฎหมายที่คณะกรรมการกลั่นกรองของวิปรัฐบาลพิจารณาอีกจำนวน 27 ฉบับ อาทิ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่ขัดต่อกฎหมาย ร่าง พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น

" ทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบให้วิปแต่ละพรรคไปพิจารณาคัดสรรกฎหมายที่เกี่ยวกับแผนนิติบัญญติของรัฐบาลมาดำเนินการ และเรียงลำดับตามความเร่งด่วน เช่นในปี 2552 นี้ จะต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล 7 ฉบับ ความมั่นคงของรัฐ 13 ฉบับ นโยบายเศรษฐกิจ 56 ฉบับ เป็นต้น " ประธานวิปรัฐบาลกล่าว

นายชินวรณ์ กล่าวว่า วิปรัฐบาลได้วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง และเห็นตรงกันว่า สถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติที่รัฐบาลต้องรับปัญหา และรับฟังความเห็นหลากหลายของประชาชน โดยเฉพาะกรณีการล่าชื่อประชาชนเพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งวิปรัฐบาลเห็นตรงกันว่า ขณะนี้ปรากฏชัดเจนว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามกฎหมาย เพราะการขอพระราชทานอภัยโทษนั้น ผู้กระทำผิดต้องรับโทษตามคำวินิจฉัยของศาลก่อน จากนั้นจึงให้ตนเองหรือญาติทำเรื่องไปยังกรมราชทัณฑ์ เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ แต่วันนี้ยังมีความมุ่งมั่นของแกนนำบางคนกล่าวหาว่ารัฐบาลพยายามกีดกันการล่ารายชื่อถวายฎีกา ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลขอเรียกร้องให้แกนนำกลุ่มเสื้อแดงยุติการดำเนินการล่าชื่อถวายฎีกา เพราะเป็นการรบกวนเบื้องพระยุคลบาท และเป็นเรื่องที่ขัดกระบวนการทางกฎหมาย โดยขอให้ทุกฝ่ายยอมรับระบบยุติธรรม

นายชินวรณ์ กล่าวว่า วิปรัฐบาลยังเห็นตรงกันว่า ให้พรรคร่วมรัฐบาลไปช่วยกันคิดยุทธศาสตร์ทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องการล่าชื่อถวายฎีกาให้เป็นเสียงเดียวกัน และขอความร่วมมือกันให้ปัญหาการเมืองแก้ด้วยการเมือง ไม่ควรนำการเมืองไปเกี่ยวข้องกับสถาบัน ส่วนกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงยืนยันว่า จะยื่นถวายฎีกาในวันที่ 17 ส.ค.นี้ นั้น เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องใช้วิจารญาณว่า กระบวนการดังกล่าว ผู้ดำเนินการมีเป้าหมายสุดท้ายเช่นไร ที่สำคัญคนไทยไม่มีใครอยากเห็นเรื่องที่มีการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ปัญหาการเมืองหากทุกฝ่ายใช้สภา และกระบวนการยุติธรรมแก้ปัญหา เพื่อให้การเมืองเดินหน้าต่อไปได้ แต่หากฝ่ายใดพยายามใช้มวลชนกดดันเบื้องบนและรัฐบาล โดยไม่คำนึงถึงหลักนิติธรรม ปัญหาก็จะไม่สิ้นสุด ซึ่งหากยังมีการดำเนินการของกลุ่มผลประโยชน์ส่วนตนอยู่ ก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งใหม่อยู่ดี ทุกฝ่ายจึงควรเคารพกระบวนการยุติธรรม วันนี้อยากเรียกร้องเพิ่มเติม ภายหลังจากรับฟังเสียงสะท้อนของนักธุรกิจต่างประเทศ ที่ให้ความเห็นตรงกันว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาอย่างยั่งยืน และมีแนวโน้มทางเศรษฐกิจดีขึ้น แต่ต้องให้การเมืองของประเทศมีเสถียรภาพ จึงขอให้ทุกฝ่ายอย่าซ้ำเติมวิกฤตของประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างไร เพื่อไม่ให้มีความเห็นแบ่งเป็น 2 ฝ่าย นายชินวรณ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องระมัดระวัง หากมาร่วมกันทำความเข้าใจในหลักการกฎหมายที่ถูกต้องร่วมกัน ก็จะทำให้ประชาชนเข้าใจ เพราะวันนี้ประชาชนเริ่มเข้าใจในแนวทางชัดเจนว่า การดำเนินการที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง แตกแยก เป็นเรื่องที่ประชาชนไม่เห็นด้วย

เมื่อถามว่าวิปในส่วนของพรรคภูมิใจไทยได้รายงานเรื่องการล่าชื่อขอถอนฎีกาหรือไม่ว่ามีประชาชนขอถอนชื่อมากน้อยเพียงใด นายชินวรณ์ กล่าวว่า วิปรัฐบาลทุกพรรคเห็นตรงกันว่า เรื่องการล่าชื่อเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษนั้น เป็นเรื่องไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย และระเบียบประเพณี จึงควรให้พรรคร่วมรัฐบาลมียุทธศาสตร์ร่วมกันในการทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องดังกล่าว

เมื่อถามว่ารัฐบาลเตรียมความพร้อมรับมือกับฝ่ายค้านในการเปิดประชุมสภาสมัยนิติบัญญัติอย่างไร เพราะอาจมีการตีรวนการพิจารณากฎหมายสำคัญ เช่น ร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ที่อาจมีการวอล์คเอาท์ หรือเล่นเกมในสภา นายชินวรณ์ กล่าวว่า ตอนนี้รัฐบาลเรามี 275 เสียง ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนรัฐบาลให้ผ่านพ้นวิกฤตการเมือง และเศรษฐกิจให้ได้

นายชินวรณ์ กล่าวว่า ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น วิปรัฐบาลไม่ได้มีการหารือกัน เพราะมอบหมายให้วิปแต่ละพรรค นำรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปศึกษาเพิ่มเติมอยู่ ที่สำคัญกระบวนการดำเนินการตามรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯนั้น เป็นเรื่องที่ประธานรัฐสภาจะดำเนินการต่อไป แต่ยืนยันว่า ควรนำผลการศึกษาของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯทั้ง 3 ด้าน คือ การสร้างความสมานฉันท์ การปฏิรูปการเมือง และการแก้รัฐธรรมนูญ ไปดำเนินการให้มีความสืบเนื่องต่อไป

นายชินวรณ์ กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลได้รับการร้องขอจากประชาชนเรื่องปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ที่รัฐบาลมีแผนการชัดเจนในการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร ตั้งแต่เดือน ส.ค. - พ.ย.นี้ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง เงาะ มังคุด ทั้งหมดนี้รัฐบาลมีแผนการเชิงรุกในการประกันราคาพืชผล เพื่อให้เกษตกรได้รับประโชน์จากยุทธศาสตร์การประกันราคาอย่างทั่วถึง ดังนั้นพรรคร่วมรัฐบาลเห็นว่า เพื่อให้การดำเนินการเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรมีผลอย่างจริงจัง เป็นรูปธรรมชัดเจน จึงขอให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องไปดำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุกในเรื่องนี้ด้วย

"เนวิน"อัดเสื้อแดงจิตใจคับแคบปล่อยข่าวหนีคดีกล้ายาง

เมื่อเวลา14.00น.นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ส.ส.เพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดงออกมาให้ข่าวอย่างต่อเนื่องว่าจะหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาทุจริตกล้ายางในวันที่ 17 ส.ค.นี้ว่า ตนชื่อเนวิน ตนพร้อมที่จะน้อมรับคำพิพากษาของศาลทุกประการไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ตนไม่เคยหนีขนาดคมช.ตนก็ยังไม่หนีเลย ดังนั้นขึ้นกับคำพิพากษาของศาลจะออกมาอย่างไรตนก็พร้อมน้อมรับ ทำไมตนต้องหนีศาลคนที่ปล่อยเพราะอยากให้เป็นเหมือนตัวเขาเองหรือเปล่า เราเป็นคนไทย อยู่ประเทศไทย สัญชาติเชื้อชาติไทยก็ต้องเคารพกฎหมายไทย ไม่เหมือนคนที่ปากบอกว่ารักประเทศไทยแต่ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมไทย

เมื่อถามว่า หากศาลพิพากษาว่ามีความผิดจริงเตรียมตัวอย่างไร นายเนวิน กล่าวพร้อมทั้งหัวเราะว่า ก็ (เรือนจำ) บางเขน ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็ยังอยู่ต่อไป หากนักข่าวจะไปเยี่ยมก็ให้นัดกันว่าใครจะไปวันไหน

" ผมเป็นคนไทย เชื้อชาติไทย ชนชาติไทยพร้อมที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามระบบของกฎหมายไทย และผมน้อมรับคำตัดสินของผู้พิพากษาได้ทุกกรณี ขอยืนยันว่าในวันนที่ 17 ส.ค.นี้จะไปฟังคำพิพากษา ในชีวิตนี้ไม่เคยคิดหนี เมื่อเป็นคนไทยพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายไทย" นายเนวิน กล่าวย้ำ

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่ามีการต่อรองให้พ้นคดีจากการที่พรรคภูมิใจไทย ออกมาคัดค้านการถวายฎีกา นายเนวิน กล่าวว่า ไม่มี คนที่เอาเรื่องนี้มาพูด ตนถือว่าจิตใจแย่มาก เพราะหน้าที่ของคนไทยต้องถวายความจงรักภักดี จะต้องปกป้องสถาบันสูงสุดของชาติ ซึ่งเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องใดมาเป็นเงื่อนไข หรือต่อรองใดๆ ตนว่าคนไทยที่ไม่คิดปกป้องสถาบันของชาติ ก็ไม่ควรเป็นคนไทย

" เรื่องนี้ผมไม่เคยอยู่เบื้องหลัง ถ้าการล่ารายชื่อเป็นเรื่องไม่บังควรและกดดันสถาบันเบื้องบน ก็ต้องอยู่เบื้องหน้าในการคัดค้าน เปิดหน้าทุกสถานที่ในการปกป้องสถาบัน ซึ่งผมพร้อมที่จะอยู่เบื้องหน้าในทุกสถานที่ ถ้าจะต้องมีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ในการปกป้องสถาบัน ที่เป็นที่รักยิ่งของคนไทยทั้งชาติ " นายเนวินกล่าว

ขณะที่ นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ยืนยันว่านายเนวินจะไม่หนีอย่างแน่นอน ซึ่งวันนั้นตนก็จะไปศาลด้วย หากศาลจะตัดสินว่านายเนวินผิดก็ต้องยอมรับติดคุกไม่มีทางหนี เหมือนใครบางคนที่บอกว่าจะไปดูโอลิมปิคมที่เมืองจีนแล้วก็หนีคดีไป

"จตุพร" ฟุ้งยอดลงชื่อ-สนับสนุนฎีกาพุ่ง10ล้าน

เมื่อเวลา 13.30น. นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำกลุ่ม นปช. กล่าวว่า หลังจากทางกลุ่มปิดรับการลงชื่อถวายฎีกาขออภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปเมื่อวันที่ 31 ก.ค.แล้ว ปรากฏว่ายังมีประชาชนบางส่วนแสดงความจำนงจะขอลงชื่อในฎีกาอีก ประกอบกับ รัฐบาลใช้กลไกลทางราชการสั่งให้จังหวัดตั้งโต๊ะให้ประชาชนถอนชื่อและลงชื่อคัดค้านฎีกาของคนเสื้อแดง ดังนั้นกระบวนการหลังจากนี้ ถึงวันที่ 17ส.ค. คนเสื้อแดงจะเปิดรวบรวมรายชื่อผู้ที่สนับสนุนการถวายฎีกาของคนเสื้อแดง ซึ่งแยกเป็นคนละส่วนกับรายชื่อผู้ที่ลงนามในฎีกาไปแล้ว เพราะฉะนั้นคนที่ลงชื่อถวายฎีกาไปแล้วจะไม่มาลงชื่อซ้ำในส่วนนี้อีก และรายชื่อดังกล่าวจะไม่ถูกนำไปรวมเพื่อยื่นถวายฎีกา คาดว่ารายชื่อทั้งสองส่วนนี้จะมีประมาณ 10 ล้านคน

นายจตุพร กล่าวว่า สาเหตุที่เลือกวันถวายฎีกาในวันที่ 17ส.ค. ไม่เกี่ยวกับวันที่ศาลฎีกาพิพากษาคดีกล้างยางของนายเนวิน แต่เป็นเพราะว่ากระบวนการตรวจสอบเอกสารจะแล้วเสร็จในวันเสาร์ที่ 15 ก.ค. ขณะที่วันที่16 ก.ค.ตรงกับวันอาทิตย์ทูลเกล้าฯไม่ได้ จึงมาตรงกับวันที่ 17ส.ค.พอดี คาดว่าจะมีคนมาร่วมงานไม่ต่ำกว่า3แสนคนอย่างแน่นอน

"ยงยุทธ-เยาวเรศ"เตรียมยกขบวนช่วยผู้สมัครส.ส.สุราษฎร์ฯ

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการภาคใต้ พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการภาคใต้ว่า ในการประชุมฯวันนี้ คณะกรรมการภาคใต้ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์เพื่อส่งนายสมพล วิชัยดิษฐ์ ผู้สมัครส.ส.สุราษฎร์ธานีเขต 1 และได้กำหนดวันที่จะนำตัวผู้สมัครส.ส.ของพรรคไปสมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการที่สำนักงานกกต.จ.สุราษฎร์ธานีในวันศุกร์ 7 สิงหาคมนี้

ทั้งนี้ จะมีแกนนำพรรคเพื่อไทยอาทิ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นางเยาวเรศ ชินวัตร ประธานส.ส.หญิง นายภิญญา ช่วยปลอด อดีตสว.จะนำทีมร่วมกับผู้สมัครส.ส.ภาคใต้กว่า 60 คนไปให้กำลังใจกับนายสมพล ซึ่งรูปแบบและประเด็นหลัก ในการรณรงค์หาเสียง จะใช้นโยบายเศรษฐกิจนำการเมือง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล