เทือก ยันไม่ลักไก่เรียกประชุมก.ต.ช.

เทือก ยันไม่ลักไก่เรียกประชุมก.ต.ช.

เทือก ยันไม่ลักไก่เรียกประชุมก.ต.ช.
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สุเทพ ยันไม่ลักไก่เรียกประชุม ก.ต.ช. ระบุ รู้จักฐานะตัวเอง แจงอยู่ข้างเดียวกับตำรวจ มั่นใจปัญหาตั้ง ผบ.ตร.ไม่กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว

(23ก.ย.) เวลา 08.45 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีกระแสข่าวว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.)วันที่ 28 ก.ย.นี้ ว่า ยังไม่ทราบข่าวส่วนที่วิพากษ์วิ จารณ์กันว่าถ้าไม่รีบเรียกประชุมให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนก.ย.นี้ จะมีผลทำให้ไม่สามารถพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตำแหน่งอื่นๆได้ ก็ต้องชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งข่าวเกี่ยวกับตำรวจมีคนคอยช่วยกระพือให้เกิดความยุ่งยากวุ่นวาย และบิดเบือนข้อเท็จจริง เช่น พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก สมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาตำหนิว่าตนเข้าไปก้าวก่าย แทรกแซง หรือรวบรวมบัญชีการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ ก็ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

ส่วนการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.)ครั้งที่ผ่านมานั้น พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รักษาราชการแทน ผบ.ตร.และ ก.ตร.ได้ไปจัดทำบัญชี เท่าที่ตนเห็นบัญชีดังกล่าวได้จัดทำโดยยึดหลักกฎเกณฑ์ กติกาทุกอย่าง แต่ไม่ได้นำมาพิจารณา เนื่องจากมี ก.ตร.ส่วนใหญ่เห็นว่ายังไม่เหมาะสมที่จะนำมาพิจารณา ซึ่งเรื่องก็มีเท่านั้น

นายสุเทพ กล่าวว่า ยืนยันว่า ตนทำหน้าที่ดูแลตำรวจเป็นอย่างดี และอยู่ข้างเดียวกับตำรวจ เพราะตำรวจเป็นข้าราชการของประชาชน เหมือนกับข้าราชการฝ่ายอื่น โดยข้าราชการที่ดีก็ต้องช่วยให้กำลังใจ ดังนั้นตำรวจทั้งหลายอย่าเสียกำลังใจหรือหวั่นไหวกับคนที่ยุแยงตะแคงรั่ว สำหรับข่าวที่ระบุว่าตนจะเรียกประชุมก.ต.ช.ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไป ปฏิบัติภารกิจที่ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ตนบอกไปแล้วว่าตนเป็นคนที่รู้จักประมาณตน รู้ว่ามีขอบเขตอำนาจหน้าที่แค่ไหน ก็จะทำแค่นั้น ขอย้ำว่าก.ต.ช.นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งกฎ หมายไม่อนุญาตให้รักษาการนายกรัฐมนตรีไปเป็นประธานการประชุม ก.ต.ช.แทนได้ คนที่ต้องการนำข่าวเรื่องนี้มาปล่อย มีจุดประสงค์ ตั้งใจทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และตน ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวมันไม่มี

ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่าจะไม่เรียกประชุม ก.ตร. เพื่อพิจารณาบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับรองผู้บังคับการจนกว่าจะมี ผบ.ตร.คนใหม่ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่จำเป็น ต้องทำความเข้าใจว่าการประชุม ก.ตร.นั้น ตนไม่ได้รอคนอื่น แต่รอให้กรรมการ ก.ตร.มีความเห็นที่ตรงกัน เมื่อไหร่ที่พร้อมทั้งข้อมูล รายละเอียดต่างๆ ตนก็เดินหน้าเรียกประชุมได้ทันที ไม่มีปัญหา เพราะเรื่องนี้ปัญหาอยู่ที่ตัว ก.ตร.เอง

เมื่อถามว่าข้อเท็จจริงที่ต้องเลื่อนการประชุมก.ตร.ออกไป เพราะต้องการให้ผบ.ตร.คน ใหม่เข้ามาจัดโผโยกย้ายใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ที่มีการวิจารณ์หรือการตั้งข้อสังเกตไม่ใช่เพราะ ก.ตร.ไม่ยอมรับพล.ต.อ.ธานี แต่ข้อเท็จจริงคือเคยมีมติครม.ระบุว่าผู้ทำหน้าที่รักษาการไม่ควรเข้ามาจัด ทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย นอกจากนี้ผู้บังคับยบัญชาระดับสูงไม่ควรมาแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อทิ้งทวนก่อน ที่จะเกษียณอายุราชการ เช่น รัฐบาลรักษาการก็ไม่ควรแต่งตั้งบุคคลในตำแหน่งสำคัญ เพราะเกรงว่าจะไม่ถูกต้อง

ทั้งนี้ยอมรับว่าในการพูดคุยของก.ตร.ย่อมมีเหตุผลที่แตกต่างกัน เช่น บางคนระบุว่าควรให้ผบ.ตร.คนใหม่ที่ต้องทำงานร่วมกับลูกน้องอีกนานมาเป็นผู้พิจารณามากกว่าผู้ที่กำลังจะเกษียณ ขณะที่อีกฝ่ายบอกว่าผู้ที่จะมาเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ ก็อยู่ในที่ประชุมก.ตร.อยู่แล้ว เพราะคิดว่านายกรัฐมนตรีคงไม่เลือกบุคคลมาจากที่อื่น จึงควรให้พิจารณาไปได้เลย ซึ่งทั้งหมดก็ถือเป็นเหตุผลของแต่ละฝ่าย ตนจึงให้กลับไปคุยกันใหม่ จึงเป็นที่มาของการเลื่อนประชุม

ผู้สื่อข่าวถามว่าเท่าที่ฟังในที่ประชุม ก.ตร.เห็นว่าเสียงส่วนไหนมีน้ำหนักมากกว่ากัน นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้ให้โหวต เพราะไม่ต้องการให้แพ้ชนะ ประเมินเพียงว่ามีความเห็นใน ก.ตร.ที่ต่างกันมาก เมื่อถามถึงกรณีการตั้ง ผบ.ตร.หาก นายกรัฐมนตรีนับสนุน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจ แล้วทำไมจึงไม่ยอมรับฟังความเห็นต่าง แต่กลับเลื่อนการประชุมออกไป นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี แต่เชื่อว่าการพิจารณาเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีใช้เหตุผลในการตัดสินใจ

ต่อข้อถามว่าเกรงหรือไม่ว่าปัญหาการตั้ง ผบ.ตร.จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวและทำให้รัฐบาลล้ม รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เชื่อว่าการตั้ง ผบ.ตร.เพียง ตำแหน่งเดียวคงไม่มีผลต่อประเทศ หรือรัฐบาล เพราะเรามีเรื่องอื่นที่ต้องแก้ไข ซึ่งตนคิดว่าไม่ถึงขั้นนั้น แต่ที่ยังไม่หยุดเพราะเป็นตำแหน่งที่มีคนสนใจ ข่าวก็เลยไม่หยุด ซึ่งตนพยายามที่จะหยุดพูด แต่สื่อมวลชนก็ถามทุกวัน เมื่อถามว่าคิดว่าการเลื่อนประชุม ก.ต.ช.ถึง 2 ครั้ง จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ เพราะการพิจารณาในลักษณะกรรมการ ต้องตัดสินใจร่วมกัน หากเป็นในอดีตถือว่าเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว หรือรัฐมนตรีที่กำกับดูแลตำรวจ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็สามารถแต่งตั้งได้นานแล้ว แต่เมื่อเป็นรูปแบบของคณะกรรมการ ก็ควรให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันก่อน ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องดี หากให้นายกรัฐมนตรีสั่งการเพียงคนเดียวก็จะถูกวิจารณ์ว่าเป็นเผด็จการ

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล