สื่อแห่ทำข่าว-สั่งตรวจจิตมือฆ่าหั่นศพ

ผบช.น. มั่นใจคนร้ายฆ่าหั่นศพเป็นตัวจริง ยันตรวจสภาพจิตคนร้าย รอง ผบช.น.สั่งสอบแม่มือหั่นศพ ขณะที่สื่อแห่ทำข่าว ชาวบ้านแห่ดูหน้าไอ้โหดส่งรถติดยาว ด้านหมอผ่าหัวกระสุน"น้องมินท์"อาการปลอดภัย
(14ต.ค.) พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. กล่าวว่า นายศิริพงษ์ กาญจนนิวิฐ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาฆ่าหญิงสาวที่พบศพ ย่านบางบัวทองและฆ่าหั่นศพเด็กชายวัย 5 ขวบ เป็นคนร้ายจริง หลังนำตัวไปตรวจค้นหลักฐานที่บ้านพักพบหลักฐานเพิ่มเติมหลายอย่าง แต่ตำรวจติดใจประเด็นมูลเหตุจูงใจ รวมทั้งประเด็นที่บอกว่าไม่ได้ทิ้งศพเด็กชายในบริเวณที่ถูกพบ ส่วนเด็กหญิงที่รอดชีวิต ให้พักผ่อน ยังไม่ได้สอบปากคำใดๆ สิ่งที่ต้องทำต่อคือ ตามหาทรัพย์สินที่หายไป ทั้งนี้ประเด็นก่อเหตุนั้น ส่วนตัวมองว่าถ้าไม่ถูกกดดัน ก็ประสงค์ต่อทรัพย์ เพราะขณะเดินทางไปรับครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ต้องหาก็เตรียมอาวุธปืนไปด้วย ซึ่งรายชื่อบุคคลเข้าประเทศ ตามคำให้การก็ตรงกัน
ส่วนการตรวจสอบสภาพจิตนั้นเป็นขั้นตอนหนึ่งที่ต้องตรวจสอบว่าจิตปกติหรือไม่ และที่ระบุว่าถูกกดดันและดูถูกว่าไม่กล้ายิงสามีชาวญี่ปุ่นของผู้ตายต้องตรวจสอบต่อไป แต่ดูจากพฤติกรรมเบื้องต้นเชื่อว่า ดำเนินการเพียงคนเดียว เพราะเหยื่อเป็นผู้หญิงและเด็ก ประวัติอาชญากรรมเบื้องต้นไม่พบ มีอาชีพขับแท็กซี่ สำหรับร่องรอยที่คาดว่าเกิดจากการทรมาน พบว่าเป็นรอยช้ำ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเกิดก่อนหรือหลังจากเสียชีวิตแล้ว ส่วนการเข้ามอบตัวกับสื่อนั้น ผู้ต้องหาต้องการความปลอดภัย
ด้าน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. เตรียมตั้งคณะทำงานร่วมทำคดีนายศิริพงษ์ กาญจนนิวิฐ ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ ด.ช.โชว์ วัย 5 ปี และยิงแม่เด็กเสียชีวิต โดยมอบให้ 3 พื้นที่ ร่วมดำเนินการสืบสวนสอบสวนในรูปแบบของคณะทำงานใน 3 พื้นที่รับผิดชอบ ประกอบด้วย พื้นที่สน.ตลิ่งชัน พื้นที่พบศพ ด.ช.โชว์ พื้นที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว ที่พบศพ น.ส.สุนันท์ ศรีสุวรรณ และพื้นที่ สภ.บางบัวทอง ซึ่งเป็นบ้านพักนายศิริพงษ์ ที่ใช้เป็นสถานที่ชำแหละศพ ด.ช.โชว์ เพื่อให้คณะทำงานได้ทำงานร่วมกันได้สะดวกยิ่งขึ้นอย่างไรก็ตาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเบิกตัว นายศิริพงษ์ กาญจนนิวิฐ ออกจากห้องคุมผู้ต้องหาขึ้นไปห้องประชุมชั้น 3 ของโรงพัก เพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติม โดยมี พล.ต.ต.ไพศาล เชื้อรอด ผบก.น. 7 พ.ต.อ.สุธีฐ์ เนรกัณฑี รอง ผบก.น. 7 พร้อมชุดพนักงานสอบสวนร่วมทำการสอบบางประเด็นที่พนักงานสอบสวนยังสงสัยอยู่
ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ได้เดินทางมาที่ สน.ตลิ่งชัน พร้อมเปิดเผยผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ทำหนังสือตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อทำงานในคดีดังกล่าวโดยเป็นการร่วมมือกันระหว่าง บช.น. และ บช.ภ.1 ซึ่งจากการสอบสวนเชื่อว่า ผู้ต้องหาให้การที่เป็นความจริงเนื่องจากมามอบตัวพร้อม ด.ญ.พิชยา หรือน้องมินท์ ซึ่งเป็นพยานและผู้ได้รับบาดเจ็บที่เห็นและอยู่ในเหตุการณ์มาโดยตลอด และจากการสอบสวนคำให้การของน้องมินท์ ยังสอดคล้องคำให้การของผู้ต้องหา จึงเชื่อว่านายศิริพงษ์ เป็นคนร้ายตัวจริง
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่นักข่าวบอกว่าคดีนี้ คนร้ายมอบตัวเป็นเรื่องโชดดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอบอกว่าไม่ได้โชดดีอย่างเดียว แต่เป็นฝีมือเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เนื่องจากได้รวบรวมคดีฆ่าหั่นศพ ท้องที่ สน.ตลิ่งชัน กับคดีฆ่าหญิงนิรนามที่สภ.ลาดหลุมแก้ว มาเชื่อมโยงเป็นคดีเดียวกัน ทำให้เราเข้าใกล้ตัวคนร้ายมากขึ้น และมีการกดดันจนคนร้ายก็เกิดความเครียด จึงไปปรึกษาแม่ที่ไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง พร้อมเล่าเรื่องดังกล่าวให้พี่สาวของอดีตภรรยาฟัง ซึ่งก็ทั้งสองคนก็ได้แนะนำให้เข้ามอบตัวกับตำรวจ ผู้ต้องหาจึงฝากลูกให้พี่สาวดูแล ก่อนที่จะเดินทางเข้ามอบตัว
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องทรัพย์สินผู้ตายที่สูญหาย เนื่องจากนางสุนันท์ เพิ่งเดินทางมาจากต่างประเทศ จึงน่ามีทรัพย์สินติดตัวมาบ้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องหาทรัพย์สินของกลางของผู้ตาย เนื่องจากเป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่า การสังหารเกิดจากสาเหตุใดแน่ นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่โดยปกติแล้วคนขับแท๊กซี่ทั่วไปจะไม่มีใครพกปืน เนื่องจากขณะนี้เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจตราจำนวนมาก แต่ผู้ต้องหารายนี้กลับพกปืนไปรับผู้ตายที่สุวรรณภูมิซึ่งมีความเข้มงวดเป็นพิเศษจึงเป็นการแสดงออกถึงเจตนาที่จะไปก่อเหตุ ซึ่งคำให้การของผู้ต้องหายังให้การขัดแย้งในประเด็นที่อ้างว่า กระสุนที่ใช้เป็นกระสุนที่ใช้ซ้อมยิงไม่ได้ต้องการให้ถึงกับชีวิต ส่วนการยิงเด็กจนเสียชีวิตนั้น เป็นการยิงพลาดไปโดน ก็เป็นประเด็นที่น่าสงสัย
ส่วนหลักฐานที่ต้องตรวจสอบขณะนี้คือรอยนิ้วมือที่ติดในแท็กซี่ โตโยต้า อัลติส สีชมพู เลขทะเบียน ทล-5979 กทม. ของสหกรณ์แท็กซี่ไทยจำกัด ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพของรถแท๊กซี่คันดังกล่าวพบว่า มีรูกระสุนอยู่ภายในรถ และคราบเลือด ส่วนปืนของกลางขณะนี้ได้ครบแล้ว และคิดว่าเป็นผู้ก่อเหตุเป็นตัวจริงไม่ใช่แพะ แต่จะมีผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการตรวจรอยนิ้วมือ และวิธีกระสุน
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ส่วน ด.ญ.พิชยา หรือน้องมินท์ ผู้บาดเจ็บนั้น ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระราม 9 และจะทำการย้ายตัวไปที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากน้องมินท์ มีสภาพจิตใจที่ไม่ค่อยดี และมีภาวะเครียด ซึ่งตำรวจต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลดูแลใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยากให้เด็กได้พักสักระยะ ก่อนถึงจะมีการสอบถามเพิ่มเติม ส่วนในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานายศิริพงษ์ 3 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่น และเจตนาซ่อนเร้นอำพรางศพ โดยในช่วงบ่ายนำผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตั้งแต่จุดแรก คือสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ไปรับผู้ตาย และเด็กอีกสองคน รวมถึงจุดที่ทิ้งศพ ที่ ลาดหลุมแก้ว และจุดที่ทิ้งศพเด็กที่หมู่บ้านร้าง ในพื้นที่สน.ตลิ่งชัน ประมาณ 14 จุด ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะนำตัวนายศิริพงษ์ ไปฝากขังที่ ศาลจังหวัดตลิ่งชันต่อไป
ต่อมาเวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่คุมตัวนายศิริพงษ์ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพบางส่วนก่อน โดยเริ่มจากภายในรถแท็กซี่ผู้ต้องหาอ้างว่าใช้ก่อเหตุฆ่าผู้ตายทั้ง 2 คน และใช้ตำรวจหญิงนั่งเบาะหลังทางด้านขวาแทนนางสุนันท์ และใช้ตุ๊กตาหมีสีชมพูกับสีเหลือง 2 ตัว แทน ด.ช.โชว์ มาคิโน กับ ด.ญ.พิชยา หรือน้องมินท์ ส่วนนายศิริพงษ์ นั่งเบาะหน้าฝั่งคนขับ โดยนายศิริพงษ์ ใช้มือขวาหยิบอาวุธปืน .357 ซึ่งซ่อนอยู่ใต้พรมวางเท้าขึ้นมาแล้วสอดปืนเข้าใต้แขนซ้าย เอี้ยวไปด้านหลังที่ผู้ตายนั่งอยู่ โดยไม่ให้ผู้ตายรู้ตัว ก่อนจะเหนี่ยวไกไป 7 นัด จนผู้ตายแน่นิ่งไป
หลังจากนั้นนายศิริพงษ์ ก็เปลี่ยนลูกโม่ อีกชุดเข้าไปก่อนจะเหนี่ยวไกอีก 7 นัด แต่กระสุนยิงออกเพียง 4 นัด หลังจากนั้นก็ขับรถไปที่บ้านย่านบางบัวทอง ก่อนจะจัดการกับศพและนำไปทิ้ง โดยตลอดเวลาการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดนี้นั้น นายศิริพงษ์ มีสีหน้าเครียดเล็กน้อย แต่ยังคงแสดงอาการนิ่ง ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวจำนวนกว่าครึ่งร้อย และชาวบ้านที่ทราบข่าวมายืนดูจำนวนมาก โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สน.ตลิ่งชัน ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ยืนคุ้มกันผู้ต้องหา เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุวุ่นวาย
จากนั้น พล.ต.ต.อำนวย เปิดเผยว่า ได้สอบปากคำผู้ต้องหาในประเด็นที่ยังสงสัยอยู่ ขณะเดียวกันได้ให้เจ้าหน้าที่อีกชุดไปทำการสอบปากคำแม่ของผู้ต้องหาที่บวชชีอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง เพื่อดูว่าทั้งคู่จะให้การสอดคล้องตรงกันหรือไม่ ส่วนประเด็นทรัพย์สินผู้ตายนั้นขณะนี้ยังหาไม่เจอ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่สนามบินสุวรรณภูมิที่นางสุนันท์ ผู้ตายลงจากเครื่องบิน กระทั่งขึ้นแท๊กซี่ เพื่อเป็นหลักฐานในคดีให้ชัดเจนยิ่งขึ้นและจะพยายามที่จะให้สรุปสำนวนคดีโดยเร็ว อย่างไรก็ตามยืนยันได้ว่า คนร้ายคนนี้เป็นตัวจริง เพราะวันมอบตัวก็ไปมอบตัวที่ช่อง 9 และมีนักข่าว ช่อง 9 ได้ให้การเป็นพยาน และคำให้การ 90 เปอร์เซ็นต์ของนายศิริพงษ์ให้การตรงกับ ด.ญ.พิชยา หรือน้องมินท์ ส่วนข่าวเรื่องที่ผู้ต้องหาเป็นแก๊งยากูซ่านั้น ไม่ทราบว่ามาจากไหน ให้ไปถามคนที่ให้ข่าวเอง
ผู้สื่อข่าวรายงาน กองทัพสื่อมวลชน ทั้งไทยและต่างประเทศ เฝ้าติดตามทำข่าวอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีประชาชนที่ทราบข่าว เดินทางไปเฝ้ารอดูหน้าคนร้ายที่ก่อเหตุโหดเหี้ยมครั้งนี้หลายร้อยคน ส่งผลให้การจราจรช่วงบริเวณหน้าสน.ตลิ่งชันชะลอตัว เนื่องจากผู้ที่สัญจรไปมาก็รอดูเหตุการณ์เช่นกัน ทำให้ถนนบรมราชชนนีฝั่งขาออก ตั้งแต่บริเวณหน้าสน.ตลิ่งชัน รถหนาแน่นเคลื่อนช้า ซึ่งเป็นพวงจากคดีฆ่าหั่นศพดังกล่าว ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไป และกองทัพผู้สื่อข่าวทุกแขนง
ด้านนายศุภธร จันทรกุล ผู้จัดการแผนกสื่อสารการตลาด โรงพยาบาลพระราม 9 เปิดเผยถึงอาการด.ญ.พิชยา หรือน้องมินท์ ว่าขณะนี้แพทย์ได้ทำการผ่าตัดเพื่อนำเศษหัวกระสุนปืนที่ฝังอยู่ช่วงข้อศอกออกมา รวมทั้งผ่าตัดกระดูกไหปลาร้าด้านขวาที่หัก ขณะนี้อาการปลอด ภัย โดยเด็กมีสติดีตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาล และเพื่อให้เด็กคลายความเครียดจึงไม่ให้ใครเข้าไปรบกวน อีกทั้งเด็กบอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจจึงอยากให้พักผ่อน ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายการรักษาตัวนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมเด็กซึ่งบอบช้ำจากการสูญเสียแม่และน้อง ทางโรงพยาบาลก็จะรับดูแลทุกอย่างโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี