ญาติโวยเจ้าของบ้านซ้อมลุงขโมยกัญชา ช้ำในตาย ตำรวจอ้างมีสิทธิ์ปกป้องทรัพย์สิน

ญาติโวยเจ้าของบ้านซ้อมลุงขโมยกัญชา ช้ำในตาย ตำรวจอ้างมีสิทธิ์ปกป้องทรัพย์สิน

ญาติโวยเจ้าของบ้านซ้อมลุงขโมยกัญชา ช้ำในตาย ตำรวจอ้างมีสิทธิ์ปกป้องทรัพย์สิน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ลุงย่องลักกัญชาเพื่อนบ้าน โดนกระทืบช้ำในตาย ตำรวจไม่ทำคดีอ้างเข้าไปขโมยของบ้านคนอื่น เจ้าของบ้านสามารถป้องกันทรัพย์สินได้ 

(6 ธ.ค.65) เมื่อเวลา 17.00 น. นางวรรณา อายุ 55 ปี ชาวบ้านพรเจริญ อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี พร้อมด้วยญาติรวม 7 คนเข้าพบ พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เพื่อร้องขอความเป็นธรรม กรณี นายคำดี  อายุ 49 ปี น้องชายเข้าไปขโมยกัญชาของเพื่อนบ้าน ถูกเจ้าของบ้านจับได้และทุบตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

นางวรรณา เล่าว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 นายคำดี เป็นพ่อหม้าย มีลูกชายอายุ 18 ปี 1 คน อาศัยอยู่กระท่อมนาของตน ตนยอมรับว่านายคำดีเป็นคนเสพกัญชาตั้งแต่วัยรุ่น ได้เข้าไปขโมยต้นกัญชาของเพื่อนบ้านจริง และถูกเจ้าของบ้านจับได้ และถูกรุมทำร้ายร่างกาย ซึ่งนายคำดีพยายามที่จะคลานออกมาด้านนอกบ้าน แต่เจ้าของบ้านก็ตามมากระทืบซ้ำหลายครั้งจนนายคำดีแน่นิ่งไป ซึ่งหลังจากนั้นมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและผู้ใหญ่บ้าน มาระงับเหตุและควบคุมตัวนายคำดีไปที่สถานีตำรวจภูธรวังสามหมอ โดนแจ้งข้อหาทะเลาะวิวาทและจับนายคำดีติดคุกเป็นเวลา 1 คืน ก่อนที่จะเปรียบเทียบปรับ 500 บาท และปล่อยตัวในวันที่ 16 พฤศจิกายน

หลังจากถูกปล่อยตัว นายคำดีได้กลับมาที่บ้าน หลังจากนั้นมาก็นอนซมอยู่ที่บ้านมาตลอด ไม่ออกจากบ้านเพราะร่างกายบอบช้ำอย่างหนัก และกินข้าวปลาอาหารไม่ได้ อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระเป็นเลือด แต่ญาติไม่รู้เพราะนายคำดีไม่ได้ออกบ้าน จนกระทั่งวันที่ 23 พฤศจิกายน มีเพื่อนบ้านมาบอกว่านายคำดีอาการไม่ดี ญาติจึงพากันนำตัวส่งโรงพยาบาลวังสามหมอ นอนพักรักษาตัวอยู่ประมาณ 3-4 วัน จากนั้นก็กลับบ้านวันที่ 27 พฤศจิกายน เพราะนายคำดีปฎิเสธการรักษา ไม่ต้องการให้แพทย์สอดสายยางให้อาหารทางจมูก ซึ่งตอนนั้นหมอไม่ได้รับข้อมูลว่านายคำดีถูกทำร้ายร่างกายมา จนกระทั่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม และทำการฌาปนกิจวันที่ 2 ธันวาคม 

หลังจากนายคำดี เข้าไปขโมยกัญชา แล้วโดนเจ้าของบ้านซ้อมจนบาดเจ็บสาหัส และไปนอนรักษาตัวที่บ้านนานกว่า 2 สัปดาห์ ไม่สามารถเดินหรือกินอาหารได้หลังจากนั้นก็เสียชีวิต แต่พอไปแจ้งตำรวจกลับไม่ทำคดีให้ โดยอ้างว่านายคำดี เข้าไปขโมยของที่บ้านของคนอื่น เจ้าของบ้านสามารถป้องกันทรัพย์สินของตัวเองได้ และมีหลักฐานจากภาพวงจรปิดขณะที่นายคำดีไปขโมยกัญชาก่อนหน้านี้ ซึ่งพวกตนคิดว่าไม่ถูกต้องเพราะนายคำดีไม่เคยมีประวัติการเจ็บป่วยมาก่อน อีกทั้งหลังจากที่ถูกซ้อมมาก็เกิดอาการเจ็บป่วยจนเสียชีวิต ที่ผ่านมา พวกตนเคยไปพบคู่กรณีแล้ว แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงไปพบตำรวจเพื่อที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับคนทำร้ายร่างกายนายคำดี ตำรวจก็พูดข่มขู่ฝ่ายของตนจนทำให้เกิดความกลัวและไม่กล้าที่จะแจ้งความ

นางวรรณา ยังเล่าอีกว่า ตั้งแต่ถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ คู่กรณีไม่เคยมาเยี่ยมหรือไม่เคยมาช่วยเหลืออะไรเลย ตำรวจติดต่อไปเพื่อที่จะมาไกล่เกลี่ย ก็ไม่ยอมมาจนกระทั่งนายคำดีเสียชีวิตไป คู่กรณียังมีหน้ามาบอกว่าถ้าเกิดอยากได้เงินก็ไปฟ้องร้องเอา เพราะจะฟ้องร้องที่มาขโมยต้นกัญชาราคาเป็นแสนด้วย ซึ่งหลังจากที่นายคำดีเสียชีวิตแล้ว ได้พยายามที่จะไปติดต่อกับตำรวจ แต่ตำรวจกลับบอกว่าพวกตนผิดเพราะว่าไปลักทรัพย์ในยามวิกาล ซึ่งตอนนั้นตัวเองก็ไม่รู้จะทำยังไงแต่ก็ยอมรับว่าผู้ตายไปลักทรัพย์จริง และไม่มีหนทางช่วยเหลือ รู้สึกน้อยใจตำรวจอ้างแต่เพียงว่าพวกตนผิดทุกอย่าง คนตายทั้งคนซึ่งตำรวจก็ยังยืนยันว่าฝ่ายตนผิดซึ่ง ตนคิดว่าทำไมฆ่าคนตายทั้งคนกลับไม่มีความผิดทำไมตำรวจไม่ช่วยเหลือ จึงมาร้องขอความเป็นธรรมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี

ด้าน พล.ต.ต.พิษณู อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อดรธานี เปิดเผยว่า พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เพิ่งได้รับฟังฝ่ายเดียว แต่จากข้อมูลที่ได้รับฟังเชื่อว่า จะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาคู่กรณีได้ คือ ฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา หรือ กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จะสั่งให้พนักงานสอบสวน สภ.วังสามหมอ เร่งดำเนินการสอบปากคำประจักษ์พยาน ทั้งสองฝ่าย และหากญาติผู้ตายเชื่อว่ามีประจักษ์พยานอื่น หรือหลักฐานอื่นก็นำมาให้ตำรวจ นอกจากนี้ผลวินิจฉัยการเสียชีวิตของแพทย์ ก็เป็นหลักฐาน ซึ่งจะต้องไปสอบสวนปากคำจากแพทย์ที่ทำการรักษา ขอรับรองว่าตำรวจจะต้องรับแจ้งความแน่นอน และให้ทั้งสองฝ่ายไปพิสูจน์ความจริงกันบนศาล

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล