คุยเรื่องเมืองและศิลปะ กับรองผู้ว่าฯ “ศานนท์ หวังสร้างบุญ”

คุยเรื่องเมืองและศิลปะ กับรองผู้ว่าฯ “ศานนท์ หวังสร้างบุญ”

คุยเรื่องเมืองและศิลปะ กับรองผู้ว่าฯ “ศานนท์ หวังสร้างบุญ”
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Highlight

  • Colorful Bangkok 2022 เทศกาลศิลปะ แสงสี และดนตรีในกรุงเทพฯ จัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 - มกราคม 2566 ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “12 เทศกาลตลอดปีทั่วกรุงเทพฯ” มีเป้าหมายให้กรุงเทพฯ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมการกระตุ้นยอดขายให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ
  • ศิลปะไร้พรมแดนและครอบคลุมไปถึงงานสร้างสรรค์ที่หลากหลาย นั่นเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่กรุงเทพฯ ต้องรวบรวมและทำให้เข้าถึงทุกคนอย่างแท้จริง ซึ่งกรุงเทพฯ จำเป็นต้องให้การสนับสนุนและสร้างความร่วมมืออย่างทั่วถึง พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์งานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่าง 3 เดือนของเทศกาลอย่างเต็มที่
  • หัวใจของ “Festival Economy” คือยกระดับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ พร้อมกับสร้างเศรษฐกิจให้กับเนื้อเมืองหรือย่านต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ซึ่งการจัดเทศกาลจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ตลอดถึงการต่อยอดเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ   

“กรุงเทพมหานคร” ถือเป็นเมืองหลวงที่มีสีสันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งในด้านอาหาร วัฒนธรรม และศิลปะ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัสตลอดทั้งปี และสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศไทยอย่างมากมายมหาศาล ทว่าการระบาดของโรคโควิด-19 ก็ทำให้เมืองมากสีสันแห่งนี้เงียบเหงาลงไปอย่างน่าเศร้า การทำให้กรุงเทพฯ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง จึงกลายเป็น “เป้าหมายสำคัญ” ของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการคนล่าสุดของกรุงเทพฯ​ เกิดเป็นเทศกาล “Colorful Bangkok 2022” ที่จัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 - มกราคม 2566 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “12 เทศกาลตลอดปีทั่วกรุงเทพฯ” มีเทศกาลที่น่าสนใจตลอดทั้งปีเพื่อคนกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยว เช่นเดียวกับการกระตุ้นยอดขายให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และศานนท์ หวังสร้างบุญ

เทศกาล Colorful Bangkok 2022 เป็นความร่วมมือของเครือข่ายภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และประชาชน ที่มาร่วมกันสร้างสรรค์งานศิลปะ ดนตรี และแสงสี เพื่อทำให้กรุงเทพฯ กลับมามีสีสันและชีวิตชีวาอีกครั้ง ซึ่ง Sanook ได้มีโอกาสพูดคุยกับ “ศานนท์ หวังสร้างบุญ” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ผู้เป็นกำลังสำคัญของการจัดเทศกาลยิ่งใหญ่ในช่วงปลายปีครั้งนี้ 

กรุงเทพฯ เมืองแห่งสีสัน 

“เกิดจากความท้าทายหลายอย่าง เช่น เราเพิ่งผ่านวิกฤตโควิด-19 เราเพิ่งเปิดประเทศ เป็นปีแรกที่เราจะได้ลอยกระทง เป็นปีแรกที่เราจะได้ออกมาเจอหน้าคน และเป็นปีแรกที่จะมีนักท่องเที่ยวเกิน 10 ล้านคน ผมคิดว่าทุกคนพร้อมใจอยากจัดอะไรบางอย่าง ดังนั้น หน้าที่เมืองคงไม่ใช่คนที่มาจัดอีกคนหนึ่ง แต่หน้าที่ของเมืองคงเป็นคนอำนวยความสะดวกมากกว่า เป็นคนดึงคนซ้ายมาเจอคนขวา ดึงคนหน้ามาเจอคนหลัง ดึงคนที่เก่งด้านไฟมาเจอคนเก่งดนตรี ดึงคนเก่งสถานที่มาเจอคนที่เก่งเรื่องการทำศิลปะ” ศานนท์เริ่มต้นอธิบาย 

เทศกาล Colorful Bangkok 2022 คือเทศกาลศิลปะที่จัดครอบคลุมตลอดทั้ง 3 เดือน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2565 - มกราคม 2566 เพื่อเปิดพื้นที่สาธารณะ จัดกิจกรรมให้คนกรุงเทพฯ คนจากจังหวัดอื่น และนักท่องเที่ยว ได้สัมผัสงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ ชมแสงไฟตามสถานที่สำคัญทั่วเมือง และสนุกสนานไปกับดนตรีที่จะจัดขึ้นในสวนสาธารณะของกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และมี กทม.​ เป็นผู้ช่วยเหลือประสานงานและให้การสนับสนุน 

“ผมว่าอันนี้คือบทบาทของ กทม. ซึ่งเราก็ทำอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม เราเชื่อว่า 3 เดือนนี้เป็น 3 เดือนที่สำคัญที่สุดของปี 2022 จนไปถึงต้นปี 2023 เพราะคือปีหัวเลี้ยวหัวต่อที่เราต้องดึงนักท่องเที่ยวให้ได้มากที่สุด แข่งกับเมืองอื่น เพราะกรุงเทพฯ ​เรามีอะไรที่มีสีสัน และคงไม่มีช่วงไหนที่เมืองจะมีสีสันได้เท่าช่วง 3 เดือนนี้แล้ว” ศานนท์กล่าว

ศิลปะเชื่อมคน เชื่อมเมือง 

ศิลปะไร้พรมแดนและครอบคลุมไปถึงงานสร้างสรรค์ที่หลากหลาย เช่น จิตรกรรม กราฟิตี้ ร้องเพลง เต้นรำ เป็นต้น ซึ่งความหลากหลายของงานศิลปะนี้เอง ที่เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่กรุงเทพฯ ต้องรวบรวมและทำให้เข้าถึงทุกคนอย่างแท้จริง ซึ่งศานนท์ระบุว่า กรุงเทพฯ จำเป็นต้องให้การสนับสนุนและสร้างความร่วมมืออย่างทั่วถึง พร้อมกับช่วยประชาสัมพันธ์งานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่าง 3 เดือนของเทศกาลอย่างเต็มที่ 

“ศิลปะกว้างเพียงพอที่จะห่อหุ้มทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น แล้วเราก็เชื่อว่าต้องมีสักเดือนที่เราให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็น soft power เราพูดถึงอะไรที่จับต้องได้มาเยอะ แต่ว่าบางทีศิลปะก็เป็นเรื่องที่จับต้องได้ยาก เราในฐานะเมือง เราจึงต้องดึงสิ่งที่จับต้องไม่ได้ มาเป็นธีมให้ได้ แล้วมันก็อาจจะเป็นจิตวิญญาณของหลาย ๆ คน ผมคิดว่าคนที่ขับเคลื่อนด้วยศิลปะมีเยอะมาก และสังคมก็ขับเคลื่อนด้วยการอยู่กันแบบนี้ ดังนั้น เมืองไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่เมืองคือผู้คน ผู้คนขับเคลื่อนและมีจิตวิญญาณที่ห่อหุ้มด้วยศิลปะ และศิลปะก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องขับเคลื่อนและส่งเสริม” ศานนท์ชี้ 

ศิลปะเพื่อเศรษฐกิจของเมือง 

“ปฏิเสธไม่ได้ว่าปากท้องต้องเดินตลอด งานเทศกาลอะไรแบบนี้ก็เป็นแค่จุดเริ่มต้น และมันจะทิ้งคำถามบางอย่างเอาไว้มากกว่า อย่างตอนที่เราจัดกรุงเทพกลางแปลง มันก็ทิ้งคำถามว่า แล้วอุตสาหกรรมภาพยนตร์ตอนนี้เป็นอย่างไร พอเราเห็นข้อนี้ เราก็เอางานเทศกาลมาจุดประกาย เราเอางานเทศกาลมาทำให้คนเห็นว่า มันมีรูปแบบของการดูหนังแบบนี้ด้วย ผมว่าก็คล้าย ๆ กัน Colorful Bangkok 2022 อาจจะเป็นตัวจุดประกายให้อุตสาหกรรมสตรีทอาร์ต อุตสาหกรรมละคร อุตสาหกรรมเทศกาลศิลปะชุมชน” ศานนท์ระบุ 

นอกเหนือจากการ “จุดประกาย” คำถามต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะและความคิดสร้างสรรค์แล้ว กรุงเทพมหานครก็ตั้งเป้าที่จะยกระดับอุตสาหกรรมนั้น ๆ พร้อมกับสร้างเศรษฐกิจให้กับเนื้อเมืองหรือย่านต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ซึ่งการจัดเทศกาลที่เกิดขึ้นจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ตลอดถึงการต่อยอดเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นหัวใจของ “Festival Economy” ที่ต้องดำเนินต่อไป 

“เราคงไม่หยุดระดับเมือง เราต้องไประดับนานาชาติ แล้วเราต้องไปในระดับโลก ผมว่าเราต้องตั้งเป้าแบบนั้น ผมคิดว่ากรุงเทพฯ มีศักยภาพสูงมาก เราเชื่อเหลือเกินว่าปีหน้าหรือปีต่อไป ยังไงเราต้องเป็นระดับโลก เราต้องปักหมุดให้ทั้งโลกต้องมากรุงเทพฯ มันต้องเกิดขึ้นแน่” ศานนท์กล่าวปิดท้าย

อัลบั้มภาพ 11 ภาพ

อัลบั้มภาพ 11 ภาพ ของ คุยเรื่องเมืองและศิลปะ กับรองผู้ว่าฯ “ศานนท์ หวังสร้างบุญ”

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล