เสธ.หนั่น คุย เติ้ง ถ้าปรับครม.ขอสละเก้าอี้

"เสธ.หนั่น" แนะหาคนกลางเจรจา"แม้ว"สร้างสมานฉันท์ วอนแกนนำนปช.ที่เป็นส.ส.ใช้เวทีสภาเคลื่อนไหว ชม"มาร์ค"ตั้งใจทำงานดี เชื่อ สิ่งที่จะล้ม รบ. ได้คือความแตกแยกภายใน เผย คุย "เติ้ง" แล้วขอออก หาก "ปรับครม.ใหญ่" ย้ำอยากจะเปิดโอกาสให้ "คนรุ่นใหม่"
(3ม.ค.) พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการแก้ปัญหาขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของรัฐบาลว่า ปีที่ผ่านมารัฐบาลแก้เรื่องเศรษฐกิจ สังคม ไปได้อย่างน้อยร้อยละ 80 แต่การแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นความขัดแย้งที่มีเดิมพันสูง ดังนั้นจึงต้องค่อยๆแก้ไขและมีความเข้าใจในการดูปัญหานั้น คนเราจะเอาแต่ได้ทั้งหมดคงไม่ได้ ดังนั้นต้องพบกันครึ่งทางหรือการเจรจาสร้างความสมานฉันท์ ถือเป็นเรื่องต้องใช้เวลา และมีความเข้าใจ เพราะข้อเรียกร้องของสองฝ่ายไม่ตรงกัน แต่ยังเชื่อว่าถึงเวลาหนึ่งจะดีขึ้น และเชื่อว่าสถานการณ์บ้านเมืองในปี 53 จะดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องหาทางเจรจากับผู้นำของฝ่ายเพื่อไทยให้ได้
"ชัดๆ ก็คือท่านทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี)ดูแลพรรคเพื่อไทยอยู่ เพราะฉะนั้นต้องดูว่าข้อเรียกร้องเป็นอย่างไร อะไรเป็นอะไร ผมยังเชื่อว่าจะค่อยๆ ดีขึ้น ส่วนใครจะเป็นตัวกลางในการพูดคุยนั้น ต้องหาคนที่มีความเชื่อถือจากทั้งสองฝ่าย ผมเชื่อว่าต้องมี" ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดความรุนแรง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรง จะปล่อยปละละเลยเหมือนเดือนเม.ย. 51 ไม่ได้ หากจะให้ดี เห็นว่าเมื่อเปิดสมัยประชุมรัฐสภานี้ รัฐบาลควรต้องเสนอกฎหมายควบคุมการชุมนุมให้ผ่านให้ได้ เพื่อให้ผู้ชุมนุมอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ เพราะที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไม่กล้าทำอะไร
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยระบุว่ามีหลักฐานชัดเจน พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เป็นเรื่องดี หากมีหลักฐานอะไรขอให้เปิดเผยให้หมด เพื่อจะได้ทราบว่ามีการทุจริตอย่างไร และหากชัดเจนรัฐบาลก็ต้องปรับออก แต่ถ้าหลักฐานไม่พอหรือรัฐมนตรีตอบได้ว่าไม่ได้ทุจริต ก็ถือว่าหมดและจบกันไป ซึ่งเท่ากับรัฐบาลชุดนี้สามารถที่จะทำงานไปได้อย่างโปร่งใสต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะล้มรัฐบาลได้หรือไม่ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับหัวข้อและหลักฐานในการอภิปรายว่าชัดเจนขนาดไหน ซึ่งตรงนี้จะเป็นหลักฐานมัดตัวรัฐมนตรี แต่ถ้ากล่าวเพียงลอยๆ ก็คงทำอะไรไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายค้านระบุว่าหากรัฐบาลใช้พวกมากลากไปในการลงมติไว้วางใจรัฐมนตรี ก็จะออกมาเคลื่อนไหวนอกสภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พูดเช่นนี้ไม่ได้ เพราะหากใช้วิธีการเดินขบวนก่อกวน ถือว่าไม่ถูกกฎหมาย จึงอยากขอร้องว่าเมื่อเป็นผู้แทนราษฎร ขอให้ใช้สภาเป็นเวที
ผู้สื่อข่าวภามว่า หากนายกรัฐมนตรีปรับครม.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะส่งผลให้คนที่ถูกปรับออกมามีมลทินหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า จะต้องดูว่ารัฐมนตรีคนดังกล่าวถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจชัดเจนหรือไม่ หากชัดเจนก็ต้องถูกปรับออกอยู่แล้ว ขณะเดียวกันรัฐมนตรีที่ไม่ถูกอภิปรายก็อาจถูกปรับออกได้ เพราะผลงานไม่เด่นชัด หรือจำเป็นว่า 1 ปีแล้วต้องปรับ เพราะต้องยอมรับว่ามีหลายคนที่เป็นรัฐมนตรีได้ แต่ไม่ได้เป็น ดังนั้นอาจจะต้องเปลี่ยนให้คนอื่นบริหารประเทศบ้าง
นอกจากนี้ พล.ต.สนั่น เปิดเผยว่า ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ถึงกรณีที่จะขอออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)ครั้งหน้าแล้ว และได้ย้ำอยู่ตลอดว่าอยากจะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้บ้าง และขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้ออกแล้วให้ลูกชายสืบทอดเป็นมรดก เพราะพรรคมีกระบวนการในการสรรหา และยังยืนยันเช่นเดิมว่า หากลูกชายไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ไม่มีปัญหา และยังทำงานอยู่กับพรรคชาติไทยพัฒนาต่อไป
ส่วนที่มีการประเมินว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่ไม่เกินกลางปี 2553 นั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อตอนปี 2552 ก็มีการออกมาวิเคราะห์ว่าไม่พ้นปี 52 แต่ก็ผ่านมาได้ ฉะนั้นทุกอย่างที่อยู่ที่การทำงานของรัฐบาล หากทำนโยบายดีๆ ออกมาก็เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีจะนำพารัฐบาลผ่านปี 2553 หรือไม่ จะต้องรอดูว่ามีการปรับครม.ใหม่หรือไม่ อย่างไร แต่หากดูเจตนาของนายกรัฐมนตรีถือว่าตั้งใจทำงานดี และการทำงานโดยรวมถือว่าดี แต่นายกรัฐมนตรีทำงานคนเดียวไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่จะสามารถล้มรัฐบาลนี้ได้ คือความแตกแยกในรัฐบาล แต่ตอนนี้ยังมองไม่ค่อยเห็น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



