ผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ไม่ตื่นซีโฟร์ข้างศาลฎีกา
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/179/899858/c4b.jpgผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ไม่ตื่นซีโฟร์ข้างศาลฎีกา

ผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ไม่ตื่นซีโฟร์ข้างศาลฎีกา

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

เลขาศาลฎีกา รายงาน ประธานศาลฎีกา เหตุวางระเบิดข้างศาลฎีกาแล้ว พร้อมสั่งคุมเข้ม ขณะที่เลขาศาลฎีกาปัดระเบิดเอี่ยวคดีตัดสินยึดทรัพย์ ผู้พิพากษาย้ำ ไม่คิดย้ายที่ตัดสินคดี

เมื่อวันที่ 14 ก.พ.53 นายเชวง ชูศิริ เลขานุการศาลฎีกา กล่าวภายหลัง พบวัตถุระเบิดที่บริเวณรั้วศาลฎีกาช่วงสายวันนี้ว่า ได้รายงานให้นายสบโชค สุขารมณ์ ประธานศาลฎีกา ทราบแล้ว ซึ่งประธานสั่งการให้เพิ่มความระมัดระวัง ทั้งนี้ยังได้รายงานให้นายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมทราบแล้วเช่นกัน

ส่วนเหตุที่พบการวางระเบิดนั้นจะเกี่ยวข้องกับการตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 7.6 หมื่นล้านบาท ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะพิพากษาในวันที่ 26 ก.พ.นี้หรือไม่ นายเชวง ปฏิเสธว่าไม่ทราบ อย่างไรก็ดีสำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้นคงต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และรปภ.ศาลให้เข้มข้นขึ้นก่อนถึงนัดฟังคำพิพากษา

ขณะที่แหล่งข่าวผู้พิพากษาศาลฎีกา กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยบริเวณศาลฎีกาว่า ศาลได้จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ( รปภ.) จำนวนเฝ้ารักษาการณ์ทางเข้า - ออก ซึ่งช่วงวันเสาร์ - อาทิตย์ ก็มี รปภ.ประจำตามจุดเหมือนวัน - เวลาราชการ อย่างไรก็ดีหลังจากเกิดเหตุพบการวางระเบิดบริเวณรั้วศาลฎีกาหลังจากนี้คงจะมีการจัดระบบมาตรการความปลอดภัยที่เข้มขึ้น

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ที่มีการประชุมร่วมกับฝ่ายตำรวจนครบาลจัดระบบรักษาความปลอดภัย ช่วงที่จะมีการพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ก.พ.นั้น แหล่งข่าวผู้พิพากษา กล่าวว่า แม้มีการประชุมแต่ช่วงนี้ยังไม่ได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเสริมกำลัง รปภ. ที่ศาลจัดไว้เอง

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้ผู้พิพากษาเกิดความหวาดกลัวและหวั่นไหวจนต้องมีการย้ายสถานที่พิพากษาคดี เนื่องจากองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำลังจะตัดสินคดียึดทรัพย์ วันที่ 26 ก.พ.นี้หรือไม่ แหล่งข่าวผู้พิพากษา กล่าวว่า ถ้าจะพูดว่าไม่หวั่นไหวก็ดูเหมือนผู้พิพากษาจะประมาท แต่ถ้าพูดว่าหวั่นไหวก็จะกลายเป็นว่าผู้พิพากษากลัว อย่างไรก็ดีอยากให้เข้าใจว่าศาลยุติธรรมเราดำรงอยู่มากว่า 100 ปี ทำหน้าที่ตัดสินคดีความต่างๆ ด้วยความมั่นคง เที่ยงธรรมมาโดยตลอด ดังนั้นถ้าจะพูดว่ากลัวต้องย้ายสถานที่คงไม่ใช่