ใช้หูฟัง Bluetooth บนชานชาลารถไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าแรงสูงจะเข้าสู่สมอง? : เช็กข่าวชัวร์

ใช้หูฟัง Bluetooth บนชานชาลารถไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าแรงสูงจะเข้าสู่สมอง? : เช็กข่าวชัวร์

ใช้หูฟัง Bluetooth บนชานชาลารถไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าแรงสูงจะเข้าสู่สมอง? : เช็กข่าวชัวร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Fact Check ใช้หูฟัง Bluetooth บนชานชาลารถไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าแรงสูงจะเข้าสู่สมอง จริงหรือไม่?

มีการแชร์ข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ในช่วงที่ผ่านมา อ้างว่า หากใช้หูฟัง Bluetooth บริเวณชานชาลารถไฟฟ้า อาจทำให้กระแสไฟฟ้าแรงสูงจากรางรถไฟฟ้าเข้าสู่สมอง ซึ่งสร้างความกังวลให้กับผู้ใช้บริการจำนวนมาก โดยข้อความดังกล่าวถูกส่งต่อในลักษณะเตือนภัยจนกลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์

ประเด็นนี้เข้าข่ายข่าวปลอม (Fake News) ที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แล้ว

คำถาม

จริงหรือไม่ที่การใช้หูฟัง Bluetooth บนชานชาลารถไฟฟ้า จะทำให้กระแสไฟฟ้าแรงสูงจากระบบรางเข้าสู่สมองและเป็นอันตรายต่อผู้โดยสาร?

การตรวจสอบ

จากการตรวจสอบของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ระบุว่า การใช้งานหูฟัง Bluetooth ใกล้กับรางรถไฟฟ้า ไม่ก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำเข้าสู่ร่างกาย และไม่เป็นอันตรายต่อผู้โดยสารแต่อย่างใด

ระบบรถไฟฟ้าถูกออกแบบตามมาตรฐานสากลของ International Electrotechnical Commission (IEC) ในด้านการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Interference : EMI) ซึ่งควบคุมไม่ให้อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รบกวนกัน ทำให้สามารถใช้งานอุปกรณ์ เช่น หูฟัง Bluetooth ได้อย่างปลอดภัยในพื้นที่ระบบขนส่ง

นอกจากนี้ รฟม. ยังยืนยันว่า ตั้งแต่เริ่มให้บริการรถไฟฟ้าในปี 2547 ไม่เคยมีรายงานเหตุการณ์อันตรายที่เกิดจากการใช้งานหูฟัง Bluetooth บริเวณชานชาลา

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานได้แนะนำว่า การสวมใส่หูฟังขณะใช้บริการรถไฟฟ้า อาจทำให้ผู้โดยสารไม่ได้ยินเสียงประกาศหรือสัญญาณเตือน เช่น เสียงรถเข้าเทียบชานชาลา หรือสัญญาณปิดประตู ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในช่วงที่มีผู้โดยสารหนาแน่น

ข้อเท็จจริง

ข้อมูลที่ระบุว่าใช้หูฟัง Bluetooth บนชานชาลารถไฟฟ้าแล้วกระแสไฟฟ้าแรงสูงจะเข้าสู่สมอง เป็นข่าวปลอม ไม่เป็นความจริง โดยระบบรถไฟฟ้าได้มาตรฐานและปลอดภัย สามารถใช้งานหูฟัง Bluetooth ได้ แต่ควรใช้อย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

อ้างอิง

  1. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กระทรวงคมนาคม
  2. คำชี้แจงกองบรรณาธิการ Sanook News
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล