"แถบสี" บนหลอดยาสีฟัน เขียว-แดง-ดำ บ่งชี้ระดับสารเคมีจริงไหม? เฉลยแล้วหลายคนคิดผิด!

"แถบสี" บนหลอดยาสีฟัน เขียว-แดง-ดำ บ่งชี้ระดับสารเคมีจริงไหม? เฉลยแล้วหลายคนคิดผิด!

"แถบสี" บนหลอดยาสีฟัน เขียว-แดง-ดำ บ่งชี้ระดับสารเคมีจริงไหม? เฉลยแล้วหลายคนคิดผิด!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทำไมหลอดยาสีฟันทุกหลอดต้องมี “แถบสี” ที่ปลายหลอด? หลายคนเข้าใจผิด แท้จริงมีไว้ทำอะไร

เคยสังเกตไหมว่า บริเวณปลายหลอดยาสีฟันของหลายแบรนด์มักมีสี่เหลี่ยมเล็กๆ หรือแถบสีติดอยู่ บางคนเชื่อว่าสีเหล่านี้เป็น “รหัสลับ” ที่บอกว่ายาสีฟันทำจากส่วนผสมแบบไหน

บนโลกออนไลน์เคยมีการแชร์ข้อมูลว่า แถบสีเขียวหมายถึงยาสีฟันจากธรรมชาติ สีฟ้าหมายถึงส่วนผสมจากธรรมชาติผสมสารทางการแพทย์ สีแดงหมายถึงมีทั้งส่วนผสมธรรมชาติและสารเคมี ส่วนสีดำหมายถึงเป็นสารเคมีทั้งหมด

แต่ความจริงแล้ว ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง เพราะแถบสีที่อยู่ปลายหลอดไม่ได้เกี่ยวข้องกับส่วนประกอบ คุณภาพ หรือความปลอดภัยของยาสีฟันแต่อย่างใด

แถบสีท้ายหลอดยาสีฟัน มีไว้ทำอะไร?

ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เรียกแถบสีเล็กๆ นี้ว่า Eye Mark หรือเครื่องหมายสำหรับตรวจจับด้วยระบบแสง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิต ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ผู้บริโภคใช้ดูประเภทของยาสีฟัน

ในสายการผลิตอัตโนมัติ เครื่องจักรจะใช้เซนเซอร์ตรวจจับตำแหน่งของแถบสีดังกล่าว เพื่อกำหนดจุดที่ถูกต้องในการตัด พับ และซีลปิดหลอดยาสีฟันให้เรียบร้อย

หากไม่มีเครื่องหมายนี้ เครื่องจักรอาจไม่สามารถระบุตำแหน่งได้แม่นยำ ทำให้การตัดหรือปิดผนึกหลอดเกิดความผิดพลาด เช่น หลอดเบี้ยว ปิดไม่สนิท หรือส่งผลต่อกระบวนการผลิตทั้งหมด

ทำไมแถบสีถึงมีหลายสี?

สีของ Eye Mark ไม่ได้บอกสูตรหรือส่วนผสมภายในหลอด แต่เลือกจากความเหมาะสมในการให้เครื่องจักรมองเห็นได้ชัดที่สุด

ตัวอย่างเช่น หากหลอดยาสีฟันมีพื้นหลังสีอ่อน ผู้ผลิตอาจเลือกใช้แถบสีเข้ม เช่น สีดำหรือสีแดง เพื่อให้เซนเซอร์ตรวจจับง่ายขึ้น แต่หากบรรจุภัณฑ์มีสีเข้ม ก็อาจเลือกใช้สีที่ตัดกันเพื่อเพิ่มความแม่นยำ

ดังนั้น สีของแถบที่ปลายหลอดจึงเป็นเพียง “จุดอ้างอิงสำหรับเครื่องจักร” ไม่ใช่สัญลักษณ์ที่บอกว่ายาสีฟันมีส่วนผสมธรรมชาติหรือสารเคมี

อยากรู้ว่ายาสีฟันมีอะไร ต้องดูตรงไหน?

หากต้องการตรวจสอบส่วนประกอบของยาสีฟัน วิธีที่ถูกต้องคืออ่านข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์ โดยดูจากรายการส่วนผสม ผู้ผลิต แหล่งผลิต และข้อมูลรับรองต่างๆ

ไม่ควรใช้สีบริเวณปลายหลอดมาเป็นเกณฑ์ตัดสินว่ายาสีฟันชนิดนั้นปลอดภัยกว่า หรือมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า เพราะเป็นเพียงความเข้าใจผิดที่ถูกแชร์ต่อกันบนอินเทอร์เน็ต

เลือกยาสีฟันอย่างไรให้เหมาะกับวัย?

นอกจากการดูส่วนผสมแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการเลือกยาสีฟัน โดยเฉพาะสำหรับเด็ก คือปริมาณฟลูออไรด์ เพราะฟลูออไรด์มีส่วนช่วยป้องกันฟันผุ แต่ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมกับช่วงอายุ

เด็กเล็กควรใช้ยาสีฟันตามคำแนะนำที่เหมาะสมกับวัย และผู้ปกครองควรตรวจสอบปริมาณฟลูออไรด์บนฉลากก่อนเลือกซื้อ

สำหรับเด็กที่ยังควบคุมการบ้วนยาสีฟันไม่ได้ ควรได้รับการดูแลจากผู้ใหญ่ เพราะการกลืนยาสีฟันในปริมาณมากเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพฟันบางประการได้

เด็กเล็กไม่ควรใช้ยาสีฟันของผู้ใหญ่แบบเดียวกัน

เด็กเล็กยังมีทักษะการแปรงฟันและการควบคุมการกลืนไม่เท่าผู้ใหญ่ การใช้ยาสีฟันที่ไม่เหมาะกับวัย หรือใช้ในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้ได้รับฟลูออไรด์มากเกินความจำเป็น

ผู้ปกครองควรช่วยดูแลการแปรงฟันของเด็ก จนกว่าลูกจะสามารถแปรงฟันได้อย่างถูกวิธี รวมถึงกำหนดปริมาณยาสีฟันให้เหมาะสม ไม่ปล่อยให้เด็กหยิบใช้เองโดยไม่มีการควบคุม

สรุป

แถบสีเล็กๆ ที่ปลายหลอดยาสีฟันไม่ได้เป็นรหัสลับบอกส่วนผสมอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นเครื่องหมายที่ช่วยให้เครื่องจักรในโรงงานตรวจจับตำแหน่งเพื่อผลิตและบรรจุสินค้าได้อย่างแม่นยำ

หากต้องการเลือกยาสีฟันที่เหมาะสม ควรดูจากฉลาก ส่วนผสม ปริมาณฟลูออไรด์ และความเหมาะสมกับผู้ใช้มากกว่า ไม่ควรตัดสินจากสีเล็กๆ ที่อยู่ท้ายหลอด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล