ฮาร์วาร์ดจ่าย 1.69 พันล้าน เพื่อยุติคดีฉาว "ห้องเก็บศพ" ซึ่งเป็นเงินที่สูงสุดในประวัติศาสตร์!!

ฮาร์วาร์ดจ่าย 1.69 พันล้านบาท ยุติคดีอดีตผู้ดูแลห้องเก็บศพ ขโมยชิ้นส่วนร่างผู้บริจาคขายตลาดมืด
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดตกลงจ่ายเงินชดเชยจำนวน 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.69 พันล้านบาท เพื่อยุติคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มจากครอบครัวผู้บริจาคร่างกาย หลังเกิดเหตุอดีตผู้จัดการห้องเก็บศพของคณะแพทยศาสตร์ฮาร์วาร์ด ถูกกล่าวหาว่าขโมยชิ้นส่วนร่างผู้เสียชีวิตไปจำหน่ายในตลาดมืด
คดีดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจในวงการแพทย์ เนื่องจากร่างกายที่ผู้บริจาคตั้งใจมอบให้เพื่อการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์ กลับถูกนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว โดยศาลในเมืองบอสตันได้อนุมัติเบื้องต้นต่อข้อตกลงไกล่เกลี่ยดังกล่าว
อดีตผู้ดูแลห้องเก็บศพ ขโมยชิ้นส่วนร่างผู้บริจาคนานหลายปี
เหตุการณ์นี้เริ่มถูกเปิดเผยในปี 2023 โดยผู้ต้องหาคือ เซดริก ลอดจ์ (Cedric Lodge) อดีตผู้จัดการห้องเก็บศพของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งทำงานในตำแหน่งนี้มานานเกือบ 30 ปี
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ พบว่า ลอดจ์ถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการลักลอบนำชิ้นส่วนร่างกายของผู้บริจาคออกจากห้องเก็บศพ ตั้งแต่ปี 2018 โดยมีทั้งศีรษะ ใบหน้า สมอง ผิวหนัง และมือ
รายงานระบุว่า เขานำชิ้นส่วนเหล่านี้ออกจากสถานที่เก็บรักษาของมหาวิทยาลัยในเมืองบอสตัน ไปยังบ้านพักของตัวเองในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ก่อนร่วมกับภรรยานำไปขายผ่านช่องทางออนไลน์ในตลาดมืด
เมื่อคดีถูกเปิดเผย ครอบครัวของผู้บริจาคร่างกายหลายสิบรายได้ยื่นฟ้องมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยกล่าวหาว่าสถาบันขาดการกำกับดูแลที่เหมาะสม และปล่อยให้พฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นเวลานาน
ศาลชี้ ฮาร์วาร์ดต้องรับผิดชอบด้านการดูแลและกำกับดูแล
แม้ว่าคดีในช่วงแรกจะเคยถูกศาลยกฟ้อง แต่ศาลสูงรัฐแมสซาชูเซตส์มีคำสั่งให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา หลังเห็นว่าฝ่ายผู้ฟ้องร้องมีหลักฐานเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยอาจไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลร่างผู้บริจาคอย่างเหมาะสม
ศาลมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีของผู้เสียชีวิตและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อครอบครัวที่ไว้วางใจมอบร่างกายให้กับการศึกษาแพทย์
ฮาร์วาร์ดยอมรับความผิด พร้อมชดเชยและสร้างมาตรการใหม่
หลังเกิดเหตุ ผู้นำของคณะแพทยศาสตร์ฮาร์วาร์ดได้ออกแถลงการณ์ถึงบุคลากรและนักศึกษา โดยระบุว่าการกระทำของลอดจ์เป็นพฤติกรรมที่ “เลวร้ายอย่างยิ่ง” และเป็นการทรยศต่อคุณค่าพื้นฐานของวงการแพทย์
นอกจากเงินชดเชยให้กับครอบครัวผู้เสียหายแล้ว ข้อตกลงยังรวมถึงการที่มหาวิทยาลัยจะจัดกิจกรรมออนไลน์เพื่อกล่าวขอโทษและยอมรับอย่างเป็นทางการว่า การกระทำของอดีตเจ้าหน้าที่รายนี้เป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง
นอกจากนี้ ฮาร์วาร์ดยังประกาศจัดตั้งทุนการศึกษาประจำปี ตั้งแต่ปีการศึกษา 2027-2028 เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บริจาคร่างกายทุกคนที่เสียสละเพื่อการแพทย์ และสนับสนุนนักศึกษาแพทย์รุ่นต่อไป
ครอบครัวผู้เสียหายหวังไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอย
ทนายความที่เป็นตัวแทนครอบครัวผู้เสียหายระบุว่า เป้าหมายสำคัญของข้อตกลงครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องเงินชดเชย แต่ต้องการให้เกิดระบบป้องกันที่เข้มงวดขึ้น เพื่อไม่ให้ครอบครัวอื่นต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่สร้างความเจ็บปวดเช่นเดียวกัน
คดีนี้กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างคำถามสำคัญเกี่ยวกับมาตรฐานการจัดการร่างผู้บริจาคในสถาบันการแพทย์ และสะท้อนถึงความจำเป็นของระบบตรวจสอบที่โปร่งใส เพื่อรักษาความไว้วางใจของผู้ที่เลือกบริจาคร่างกายเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาและวิทยาศาสตร์
- หมอส่งชาย 62 เข้าห้องเย็นข้ามคืน จนท.ชันสูตรช็อกเจอลืมตามอง ก่อนสุดท้ายตายจริง
- 10 อาชีพที่ "หายไปจากโลก" มีงานที่ครั้งหนึ่งเคยนิยมมาก แต่ปัจจุบันเหลือแค่ตำนาน!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี