เส้นเลือดหัวใจมีกี่เส้น? รู้จัก โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ภัยเงียบที่ผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัว

เส้นเลือดหัวใจมีกี่เส้น? รู้จัก โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ภัยเงียบที่ผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัว

เส้นเลือดหัวใจมีกี่เส้น? รู้จัก โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ภัยเงียบที่ผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เส้นเลือดหัวใจมีกี่เส้น? รู้จักโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ภัยเงียบที่หลายคนไม่รู้ตัว

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Artery Disease) เป็นหนึ่งในโรคหัวใจที่พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะหัวใจขาดเลือด โดยสิ่งที่น่ากังวลคือ ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยอาจไม่รู้ตัวว่าหลอดเลือดหัวใจกำลังมีความผิดปกติ เพราะในระยะแรกอาจมีเพียงอาการเหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก หรือเจ็บหน้าอกเป็นครั้งคราว

โดยเฉพาะภาวะ เส้นเลือดหัวใจตีบ 3 เส้น ซึ่งหมายถึงหลอดเลือดหัวใจหลักทั้ง 3 เส้นเกิดการตีบแคบ ถือเป็นภาวะที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ เพิ่มโอกาสเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจล้มเหลว หรือเสียชีวิตกะทันหันได้

เส้นเลือดหัวใจมีกี่เส้น?

หัวใจของคนเรามีหลอดเลือดหัวใจหลักที่ทำหน้าที่ส่งเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจอยู่ 3 เส้นสำคัญ ได้แก่

1. Left Anterior Descending Artery (LAD)

เป็นหลอดเลือดแดงหัวใจด้านหน้า ทำหน้าที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจบริเวณด้านหน้า รวมถึงผนังกั้นระหว่างห้องหัวใจ หากเกิดการตีบหรือตัน อาจส่งผลต่อพื้นที่กล้ามเนื้อหัวใจบริเวณกว้าง

2. Left Circumflex Artery (LCX)

เป็นหลอดเลือดแดงที่อยู่บริเวณด้านข้างของหัวใจ ทำหน้าที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจด้านข้างและด้านหลังบางส่วน การตีบของหลอดเลือดเส้นนี้อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณดังกล่าวลดลง

3. Right Coronary Artery (RCA)

เป็นหลอดเลือดหัวใจด้านขวา ทำหน้าที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจด้านขวา รวมถึงบริเวณที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าหัวใจบางส่วน หากเกิดการอุดตันอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

นอกจากหลอดเลือดหลักทั้ง 3 เส้นแล้ว ยังมีแขนงย่อยจำนวนมากที่แตกออกไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของหัวใจ ดังนั้น แม้เกิดการตีบเพียงบางตำแหน่ง ก็อาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจได้

 Facebook Tensiaภาพเส้นเลือดหัวใจ 3 เส้นหลัก

หลอดเลือดหัวใจตีบเกิดขึ้นได้อย่างไร?

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเกิดจากการสะสมของ ไขมัน คอเลสเตอรอล หินปูน และคราบพลัค (Plaque) บริเวณผนังด้านในของหลอดเลือด ทำให้ช่องทางเดินเลือดค่อย ๆ แคบลง เลือดจึงไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อยลง

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ LDL หรือไขมันชนิดไม่ดี ที่สามารถแทรกเข้าสู่ผนังหลอดเลือด เมื่อ LDL เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็น Oxidized LDL ร่างกายจะกระตุ้นกระบวนการอักเสบ โดยเม็ดเลือดขาวจะเข้ามาจัดการกับสิ่งแปลกปลอม แต่ไม่สามารถกำจัดไขมันเหล่านั้นได้ทั้งหมด

กระบวนการดังกล่าวทำให้เกิดการสะสมของคราบไขมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผนังหลอดเลือดหนาตัวขึ้น ช่องทางไหลเวียนเลือดลดลง และทำให้หัวใจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ

เมื่อไรที่เส้นเลือดหัวใจตีบจะเริ่มมีอาการ?

โดยทั่วไป หากหลอดเลือดหัวใจตีบจนช่องทางเดินเลือดลดลงมาก ประมาณ 70-75% ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการหัวใจขาดเลือดขณะออกแรง เช่น เดินเร็ว ขึ้นบันได หรือออกกำลังกาย

อาการที่พบได้บ่อยคือ แน่นหน้าอกเหมือนมีของหนักกดทับ หรือรู้สึกอึดอัดบริเวณกลางอก ซึ่งมักดีขึ้นเมื่อหยุดพัก แต่หากโรครุนแรงขึ้น อาการอาจเกิดขึ้นแม้ในขณะพัก

ทำไมบางคนตีบไม่มาก แต่เกิดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน?

ภาวะหัวใจขาดเลือดไม่ได้เกิดจากหลอดเลือดตีบจนแคบมากเพียงอย่างเดียว บางครั้งคราบไขมันที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดอาจเกิดการแตกหรือมีรอยแผล แม้ระดับการตีบเดิมยังไม่รุนแรง

เมื่อเกิดรอยแผล เกล็ดเลือดจะเข้ามารวมตัวเพื่อซ่อมแซมตามกลไกธรรมชาติ แต่กระบวนการนี้อาจทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิด ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

ผู้ป่วยอาจมีอาการแน่นหน้าอกรุนแรง เหงื่อแตก ตัวเย็น ใจสั่น หายใจลำบาก หรือเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งบางรายอาจรุนแรงจนเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล

ทำไมโรคหลอดเลือดหัวใจตีบถึงเป็นภัยเงียบ?

สาเหตุที่โรคนี้ถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ” เพราะในระยะแรก ร่างกายอาจยังสามารถปรับตัวและส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงพัก ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้ว่าภายในหลอดเลือดกำลังเกิดความผิดปกติ

เมื่อหลอดเลือดตีบรุนแรงขึ้น อาการจึงเริ่มชัดเจนมากขึ้น เช่น เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก หรือเจ็บหน้าอกเวลาออกแรง แต่บางรายอาจไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าและเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้

สัญญาณเตือนเส้นเลือดหัวใจตีบที่ควรรู้

อาการระยะเริ่มต้น

  • เหนื่อยง่ายกว่าปกติเมื่อออกแรง
  • แน่นหน้าอก หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรกดทับบริเวณกลางอก
  • เจ็บหน้าอกเวลาเดินเร็ว ขึ้นบันได หรือออกกำลังกาย
  • อาการดีขึ้นเมื่อหยุดพัก
  • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง โดยไม่ทราบสาเหตุ

อาการอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์

  • เจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง เหมือนมีของหนักกดหรือบีบรัด
  • เจ็บร้าวไปยังแขนซ้าย ไหล่ คอ กราม หรือหลัง
  • เหงื่อแตก ตัวเย็น ใจสั่น
  • หายใจไม่อิ่ม เหนื่อยผิดปกติ
  • หน้ามืด หมดสติ หรือเกือบวูบ

เส้นเลือดหัวใจตีบ 3 เส้น อันตรายแค่ไหน?

ภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ 3 เส้นถือเป็นภาวะที่มีความเสี่ยงสูง เพราะหลอดเลือดหลักหลายเส้นได้รับผลกระทบ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดไม่เพียงพอ

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
  • กล้ามเนื้อหัวใจตาย
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง
  • หัวใจล้มเหลว
  • เสียชีวิตกะทันหัน

ตรวจหาเส้นเลือดหัวใจตีบได้อย่างไร?

การตรวจวินิจฉัยจะขึ้นอยู่กับอาการและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล โดยแพทย์อาจเลือกใช้วิธีต่าง ๆ ได้แก่

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อตรวจความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ
  • การทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test) เพื่อดูการตอบสนองของหัวใจเมื่อมีภาระเพิ่มขึ้น
  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจ (CTA Heart) เพื่อดูคราบไขมันและลักษณะการตีบของหลอดเลือด
  • การฉีดสีตรวจหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiography) ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยประเมินตำแหน่งและระดับการตีบได้อย่างละเอียด

วิธีลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

  • ควบคุมไขมันในเลือด ความดันโลหิต และระดับน้ำตาล
  • ลดอาหารไขมันสูง น้ำตาลสูง และพลังงานส่วนเกิน
  • เลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เพิ่มผักและโปรตีนให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายแบบแอโรบิกระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • ฝึกกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
  • นอนหลับให้เพียงพอประมาณ 6-9 ชั่วโมงต่อคืน
  • ควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง
  • งดสูบบุหรี่และลดความเครียดสะสม
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

สรุป

เส้นเลือดหัวใจหลักมีทั้งหมด 3 เส้น ได้แก่ LAD, LCX และ RCA ซึ่งทุกเส้นสามารถเกิดการตีบจากการสะสมของไขมันและคราบพลัคได้ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบจึงเป็นภาวะที่หลายคนอาจไม่รู้ตัว จนกระทั่งเกิดอาการรุนแรง

การสังเกตสัญญาณเตือน เช่น แน่นหน้าอก เหนื่อยง่ายผิดปกติ เจ็บร้าวไปแขนหรือกราม รวมถึงการควบคุมปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วันนี้ จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างทันท่วงที

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล