ตื่นมาปากแห้ง คอแห้ง อาจไม่ใช่แค่ร่างกายขาดน้ำ เสี่ยงเป็นสัญญาณเตือน 5 โรค
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1980/9904683/tn_news-2026-08-23t060444.6.jpgตื่นมาปากแห้ง คอแห้ง อาจไม่ใช่แค่ร่างกายขาดน้ำ เสี่ยงเป็นสัญญาณเตือน 5 โรค

ตื่นมาปากแห้ง คอแห้ง อาจไม่ใช่แค่ร่างกายขาดน้ำ เสี่ยงเป็นสัญญาณเตือน 5 โรค

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

ตื่นมาปากแห้ง คอแห้ง ดื่มน้ำแล้วไม่หาย อาจไม่ใช่แค่ร่างกายขาดน้ำ เสี่ยงเป็นสัญญาณเตือน 5 โรค 

เคยไหม? จู่ ๆ ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก เพราะรู้สึกว่าปากแห้งเหมือนอยู่กลางทะเลทราย คอแห้งจนแทบแสบ ต้องลุกไปดื่มน้ำหลายอึกเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น

แต่บางครั้งแม้จะดื่มน้ำไปมากแล้ว อาการปากแห้ง กระหายน้ำ หรือคอแห้งก็ยังไม่หายไป นั่นทำให้เกิดคำถามว่า อาการเหล่านี้เป็นเพียงเพราะร่างกายขาดน้ำ หรือกำลังเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางอย่างกันแน่

ปากแห้ง คอแห้ง เกิดจากอะไร?

อาการปากแห้งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุทั่วไปที่พบได้บ่อย คือการที่ร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ เช่น ดื่มน้ำน้อย อยู่ในห้องที่อากาศแห้ง อุณหภูมิสูง หรือเสียเหงื่อมาก

เมื่อร่างกายขาดน้ำ ปริมาณน้ำในร่างกายลดลง ส่งผลให้ต่อมน้ำลายผลิตน้ำลายได้น้อยลง จึงเกิดความรู้สึกปากแห้ง ลิ้นแห้ง และกระหายน้ำ

อย่างไรก็ตาม หากเกิดอาการปากแห้งบ่อย ๆ ทั้งที่ดื่มน้ำเพียงพอ ควรสังเกตอาการอื่นร่วมด้วย เพราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะสุขภาพบางอย่าง

5 โรคที่อาจเป็นสาเหตุ ทำให้ปากแห้ง ดื่มน้ำแล้วก็ยังไม่หาย

1. เบาหวาน หรือภาวะควบคุมน้ำตาลในเลือดผิดปกติ

อาการกระหายน้ำบ่อย ร่วมกับหิวบ่อย ปัสสาวะมาก น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ และรู้สึกเหนื่อยง่าย อาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน

อาการเหล่านี้เรียกว่า “3 มาก 1 น้อย” ได้แก่ กินมาก ดื่มมาก ปัสสาวะมาก และน้ำหนักลดลง ซึ่งเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้ไตต้องขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะ ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น

เมื่อร่างกายเสียของเหลว จึงเกิดวงจรกระหายน้ำ ดื่มน้ำมากขึ้น และปัสสาวะบ่อยตามมา

2. โรคโจเกรน (Sjögren’s syndrome)

โรคโจเกรนเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองชนิดหนึ่ง ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันเข้าไปทำลายต่อมที่ทำหน้าที่ผลิตสารคัดหลั่ง เช่น ต่อมน้ำลายและต่อมน้ำตา

ผู้ป่วยจึงมักมีอาการ ปากแห้ง ตาแห้ง ลิ้นแห้ง และบางรายอาจมีอาการผิวแห้ง คัน หรือช่องปากมีปัญหา

หากมีอาการปากแห้งและตาแห้งต่อเนื่องนานหลายเดือน รู้สึกเหมือนมีทรายเข้าตา ต้องจิบน้ำบ่อย มีฟันผุง่าย หรือมีต่อมน้ำลายบริเวณแก้มบวม ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

3. โรคตับจากภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง

โรคตับจากภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผิดปกติและเข้าไปทำลายเซลล์ตับ อาจนำไปสู่ตับแข็งหรือภาวะตับล้มเหลวได้

ผู้ป่วยบางรายในระยะแรกอาจไม่มีอาการชัดเจน แต่อาจรู้สึกเหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร หรือมีอาการปากแห้ง คอแห้งร่วมด้วย

สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะโรคกลุ่มนี้อาจพบร่วมกับโรคโจเกรน ดังนั้นผู้ที่มีอาการแห้งผิดปกติหลายตำแหน่ง อาจจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมตามคำแนะนำของแพทย์

4. โรคเบาจืด (Diabetes insipidus)

โรคเบาจืดเป็นภาวะที่พบไม่บ่อย เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนที่ควบคุมสมดุลน้ำในร่างกาย ทำให้ไตไม่สามารถเก็บน้ำได้ตามปกติ

ผู้ป่วยมักมีอาการกระหายน้ำมาก ดื่มน้ำปริมาณมาก และปัสสาวะออกมากผิดปกติ โดยหากมีปริมาณปัสสาวะมากกว่า 4 ลิตรต่อวันต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจ

5. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)

หากตื่นนอนแล้วรู้สึกปากแห้ง คอแห้งเป็นประจำ แม้ก่อนนอนจะดื่มน้ำเพียงพอ อาจต้องสังเกตว่าตัวเองมีอาการนอนกรนหรือไม่

การนอนกรนอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยเฉพาะหากมีอาการสะดุ้งตื่น หายใจติดขัด ปวดศีรษะตอนเช้า ง่วงมากในเวลากลางวัน หรือไม่มีสมาธิ

ภาวะนี้อาจทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ

ปากแห้งแบบไหนที่มักไม่อันตราย?

อาการปากแห้งจำนวนมากเกิดจากปัจจัยทั่วไป และมักดีขึ้นเมื่อแก้ไขสาเหตุ เช่น

  • ดื่มน้ำน้อย หรือชอบกินอาหารรสจัด เค็มจัด
  • ออกกำลังกายหนักและเสียเหงื่อมาก แต่ไม่ได้เติมน้ำเพียงพอ
  • อายุมากขึ้น ทำให้ต่อมน้ำลายผลิตน้ำลายลดลง
  • อยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศแห้ง

นอกจากโรคแล้ว ยาบางชนิดก็ทำให้ปากแห้งได้

อาการปากแห้งอาจเกิดจากผลข้างเคียงของยา เช่น ยาบางกลุ่มที่ใช้รักษาภาวะซึมเศร้า ยาควบคุมความดันโลหิต หรือยาบางชนิดที่มีผลต่อระบบประสาท

นอกจากนี้ การติดเชื้อทางเดินหายใจ ภาวะมีไข้ ท้องเสีย การบาดเจ็บบริเวณต่อมน้ำลาย หรือโรคในช่องปาก ก็อาจทำให้เกิดอาการปากแห้งได้เช่นกัน

วิธีลดอาการปากแห้งคอแห้งที่ทำได้ง่าย

1. อย่ารอให้กระหายน้ำแล้วค่อยดื่ม

ความกระหายน้ำเป็นสัญญาณว่าร่างกายเริ่มขาดน้ำแล้ว ควรจิบน้ำเป็นระยะตลอดวัน แทนการดื่มครั้งละมาก ๆ เมื่อรู้สึกกระหาย

2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการแตกต่างกันตามอายุ น้ำหนัก กิจกรรม และสภาพอากาศ โดยผู้ใหญ่ทั่วไปควรดื่มน้ำให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และเพิ่มขึ้นเมื่อเสียเหงื่อมาก

3. เลือกน้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มหลัก

แม้เครื่องดื่มหวาน เช่น น้ำอัดลม ชานม หรือเครื่องดื่มรสชาติต่าง ๆ อาจช่วยให้รู้สึกสดชื่น แต่ไม่ได้ช่วยทดแทนน้ำได้ดีเท่าน้ำเปล่า และหากดื่มเป็นประจำอาจเพิ่มปริมาณน้ำตาลที่ได้รับ

สรุป ปากแห้งอาจเป็นเรื่องเล็ก แต่บางครั้งเป็นสัญญาณเตือน

อาการปากแห้ง คอแห้งเป็นครั้งคราวมักเกิดจากการขาดน้ำหรือสภาพแวดล้อม แต่หากเกิดขึ้นบ่อย ดื่มน้ำเท่าไรก็ไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น ปัสสาวะมาก น้ำหนักลด ตาแห้ง เหนื่อยง่าย หรือนอนกรน ควรให้ความสำคัญและปรึกษาแพทย์

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :news.qq.com