5 พฤติกรรมทำร้าย "ต่อมไทรอยด์" โดยไม่รู้ตัว เช็กสัญญาณเตือนฮอร์โมนผิดปกติ

5 พฤติกรรมทำร้าย "ต่อมไทรอยด์" โดยไม่รู้ตัว เช็กสัญญาณเตือนฮอร์โมนผิดปกติ

5 พฤติกรรมทำร้าย "ต่อมไทรอยด์" โดยไม่รู้ตัว เช็กสัญญาณเตือนฮอร์โมนผิดปกติ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

5 พฤติกรรมที่อาจทำร้าย “ต่อมไทรอยด์” โดยไม่รู้ตัว หลายคนทำทุกวัน

ใต้ลูกกระเดือกบริเวณลำคอของเรา มีอวัยวะเล็ก ๆ รูปร่างคล้ายผีเสื้อซ่อนอยู่ นั่นคือ ต่อมไทรอยด์ แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่กลับมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย เพราะเป็นตัวควบคุมกระบวนการเผาผลาญ พลังงาน อุณหภูมิร่างกาย อารมณ์ และการทำงานของอวัยวะหลายระบบ

เมื่อไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ร่างกายอาจแสดงออกได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่เหนื่อยง่าย น้ำหนักเปลี่ยนแปลง ใจสั่น อารมณ์แปรปรวน ไปจนถึงมีก้อนบริเวณลำคอ

แม้โรคไทรอยด์จะมีหลายสาเหตุ แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่างอาจส่งผลต่อสมดุลของฮอร์โมนและสุขภาพของต่อมไทรอยด์ได้ มาดูกันว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้างที่ควรระวัง

1. นอนดึกเป็นประจำ

คนที่ชอบนอนดึก ตื่นสาย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจกำลังรบกวนระบบต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงระบบฮอร์โมน

ต่อมไทรอยด์มีความเกี่ยวข้องกับนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) หรือวงจรการหลับ-ตื่นของร่างกาย เมื่อพักผ่อนไม่เป็นเวลา อาจส่งผลต่อการควบคุมฮอร์โมนและระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดความผิดปกติของต่อมไทรอยด์

การนอนหลับให้เพียงพอและเป็นเวลาจึงเป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพโดยรวม

2. เครียดสะสม เก็บความกังวลไว้ตลอด

ความเครียดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากในชีวิตประจำวัน แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อสมดุลของฮอร์โมนและระบบภูมิคุ้มกัน

เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียดเรื้อรัง ระดับฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล อาจเปลี่ยนแปลง และส่งผลต่อระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งรวมถึงการทำงานของต่อมไทรอยด์

บางคนอาจมีอาการใจสั่น นอนไม่หลับ น้ำหนักเปลี่ยน หรือรู้สึกเหนื่อยล้า ซึ่งอาจคล้ายกับอาการของโรคไทรอยด์ได้

3. น้ำหนักเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ควบคุมไม่ได้

ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนไม่ได้ส่งผลแค่รูปร่าง แต่ยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญและระบบฮอร์โมนของร่างกาย

งานวิจัยหลายฉบับพบความสัมพันธ์ระหว่างโรคอ้วนกับความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ รวมถึงความเสี่ยงของโรคบางชนิด เช่น มะเร็งต่อมไทรอยด์ที่อาจพบมากขึ้นในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน

การควบคุมน้ำหนักด้วยการรับประทานอาหารที่สมดุลและออกกำลังกายสม่ำเสมอ จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยดูแลสุขภาพไทรอยด์

4. ได้รับไอโอดีนมากเกินไป หรือขาดไอโอดีน

ไอโอดีนเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ต่อมไทรอยด์ใช้ในการผลิตฮอร์โมน แต่การได้รับในปริมาณที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลเสียได้ทั้งสองทาง

หากได้รับไอโอดีนมากเกินไป อาจกระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติในบางคน และอาจสัมพันธ์กับการเกิดก้อนหรือภาวะไทรอยด์บางชนิด

หากขาดไอโอดีนเป็นเวลานาน ต่อมไทรอยด์อาจขยายตัวเพื่อพยายามดึงไอโอดีนมาใช้มากขึ้น จนเกิดภาวะคอพอกได้

หลักสำคัญคือ ควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย และใช้เกลือเสริมไอโอดีนตามความเหมาะสม สำหรับผู้ใหญ่ ควรได้รับสารไอโอดีนวันละ 150 ไมโครกรัม

อาหารที่มีสารไอโอดีนตามธรรมชาติพบมากใน พืชและสัตว์ทะเลเช่น ปลาทะเล กุ้งทะเล สาหร่ายทะเล ในปลาทะเล 100 กรัม มีสารไอโอดีนประมาณ 25-70 ไมโครกรัม สาหร่ายทะเลแห้ง 100 กรัม มีสารไอโอดีน 200-400 ไมโครกรัม นอกจากนี้ยังมีใน กุ้ง หอย ปู ปลา เกลือเสริมไอโอดีน น้ำปลาเสริมไอโอดีน ผัก เช่น ผักโขม ผักกาดเขียว บร็อคโคลี่ ผลไม้ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ ผลิตภัณฑ์นม เช่น โยเกิร์ต นม ชีส รวมถึงสามารถพบในน้ำนมแม่ และนมสูตรสำหรับทารก

5. สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และกินอาหารหมักดองมากเกินไป

บุหรี่มีสารเคมีหลายชนิดที่อาจส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของต่อมไทรอยด์ โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเกี่ยวกับไทรอยด์

นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปและพฤติกรรมการกินอาหารบางประเภทเป็นประจำ อาจส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมและเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ

ผู้ที่เคยได้รับรังสีบริเวณลำคอ โดยเฉพาะในวัยเด็ก ควรให้ความสำคัญกับการติดตามสุขภาพไทรอยด์มากขึ้น เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของโรคต่อมไทรอยด์

สัญญาณแบบไหนที่อาจบอกว่าไทรอยด์กำลังมีปัญหา?

1. เหนื่อยง่าย ไม่มีแรงเหมือนเดิม

ต่อมไทรอยด์ที่ทำงานปกติช่วยควบคุมการใช้พลังงานของร่างกาย หากฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติ อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย ง่วงมาก หรือทำงานได้ไม่เต็มที่

2. อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย

ผู้ที่มีภาวะไทรอยด์ทำงานมากเกินไป อาจมีอาการใจสั่น หงุดหงิดง่าย กระวนกระวาย หรือนอนไม่หลับ ส่วนผู้ที่มีภาวะไทรอยด์ต่ำ อาจรู้สึกเศร้า เฉื่อยชา หรือไม่มีแรงจูงใจ

3. กลืนอาหารลำบาก หรือรู้สึกมีก้อนที่คอ

หากพบว่าบริเวณลำคอบวมผิดปกติ มีก้อน โตขึ้นเรื่อย ๆ เสียงแหบ หรือกลืนอาหารลำบาก ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

 

วิธีสังเกตสุขภาพต่อมไทรอยด์ด้วยตัวเอง

การสังเกตเบื้องต้นสามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน แต่ไม่สามารถใช้แทนการตรวจทางการแพทย์ได้

1. ส่องกระจกดูบริเวณลำคอ

ลองสังเกตบริเวณด้านหน้าคอว่ามีความนูน บวม หรือไม่สมมาตรหรือไม่ โดยเฉพาะเวลาหันคอหรือกลืนน้ำ

2. สังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

เช่น น้ำหนักขึ้นหรือลงผิดปกติ ใจสั่น เหงื่อออกมาก เหนื่อยง่าย หนาวง่าย หรืออารมณ์เปลี่ยนแปลงโดยไม่มีสาเหตุ

3. พบแพทย์เมื่อมีสัญญาณเตือน

  • ก้อนบริเวณคอโตขึ้นเรื่อย ๆ
  • เสียงแหบผิดปกติ
  • กลืนลำบาก หรือหายใจลำบาก
  • มีต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณคอหรือเหนือกระดูกไหปลาร้า

3 วิธีดูแลต่อมไทรอยด์ให้แข็งแรง

1. นอนให้เพียงพอ และจัดการความเครียด

พยายามนอนให้เป็นเวลา ลดการนอนดึก และหาวิธีผ่อนคลาย เช่น เดินเล่น ฝึกหายใจลึก ทำสมาธิ หรือทำกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด

2. กินอาหารสมดุลและออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ไม่จำเป็นต้องงดไอโอดีนโดยไม่มีเหตุผล ควรรับประทานอาหารหลากหลาย และหากมีโรคไทรอยด์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีไอโอดีน

3. ตรวจสุขภาพเป็นประจำ

ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไทรอยด์ ผู้ที่เคยได้รับรังสีบริเวณคอ หรือมีอาการผิดปกติ ควรตรวจติดตามอย่างเหมาะสม ทั้งการตรวจเลือดดูระดับฮอร์โมนและการอัลตราซาวนด์ตามคำแนะนำของแพทย์

สรุป ต่อมไทรอยด์เล็ก แต่สำคัญกว่าที่คิด

ต่อมไทรอยด์เป็นอวัยวะเล็ก ๆ ที่มีผลต่อพลังงาน น้ำหนัก อารมณ์ และการทำงานของร่างกายหลายด้าน การดูแลสุขภาพพื้นฐาน เช่น นอนให้พอ ลดความเครียด กินอาหารสมดุล และตรวจสุขภาพเมื่อมีความผิดปกติ สามารถช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาไทรอยด์ได้

อย่ารอจนมีอาการชัดเจน เพราะการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้วางแผนดูแลรักษาได้ง่ายขึ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล