5 ตำแหน่งในร่างกาย หากมี "ไฝ" ต้องระวัง ตรวจเช็กบ่อยๆ ก่อนกลายเป็นข่าวร้าย

5 ตำแหน่งในร่างกาย หากมี "ไฝ" ต้องระวัง ตรวจเช็กบ่อยๆ ก่อนกลายเป็นข่าวร้าย

5 ตำแหน่งในร่างกาย หากมี "ไฝ" ต้องระวัง ตรวจเช็กบ่อยๆ ก่อนกลายเป็นข่าวร้าย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

5 ตำแหน่งในร่างกาย หากมี "ไฝ" ต้องระวัง ตรวจเช็กบ่อยๆ ก่อนกลายเป็นข่าวร้าย บางครั้งอาจอยู่ในจุดที่มองไม่เห็น

บนร่างกายของคนเราแทบทุกคนมักมีไฝอยู่ไม่กี่จุด หรือบางคนอาจมีหลายสิบจุด โดยไฝส่วนใหญ่เป็นเพียงความผิดปกติของเม็ดสีผิวที่ไม่อันตราย และสามารถอยู่กับเราไปตลอดชีวิตโดยไม่มีปัญหา

อย่างไรก็ตาม ยังมีไฝบางตำแหน่งที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นบริเวณที่สังเกตได้ยาก หรือมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากไฝทั่วไป หากเกิดการเปลี่ยนแปลง อาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจจากแพทย์

สิ่งสำคัญคือ ไม่ใช่ว่าไฝบริเวณเหล่านี้จะกลายเป็นมะเร็งเสมอไป แต่เป็นจุดที่ควร “หมั่นสังเกต” เพราะการพบความผิดปกติเร็ว ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. ไฝบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า

ไฝที่ฝ่ามือและฝ่าเท้ามักเป็นตำแหน่งที่หลายคนไม่ค่อยตรวจดู เพราะถูกซ่อนอยู่และไม่ได้เห็นบ่อยเหมือนไฝบนใบหน้า

บริเวณเหล่านี้มีโครงสร้างผิวที่แตกต่างจากผิวหนังทั่วไป และหากเกิดความผิดปกติอาจต้องได้รับการประเมินอย่างละเอียด โดยเฉพาะไฝที่มีการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างหรือสี

ลองสังเกตด้วยตัวเอง หากพบว่าไฝมีลักษณะดังนี้ ควรปรึกษาแพทย์

  • ขอบเขตไม่ชัดเจน หรือมีรูปร่างไม่สมมาตร
  • สีไม่สม่ำเสมอ เช่น มีทั้งสีดำ น้ำตาล หรือเฉดสีที่แตกต่างกันในจุดเดียว
  • ขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลายเดือน
  • มีการเปลี่ยนแปลงบริเวณฝ่าเท้าหรือจุดที่รับแรงกดบ่อย

2. ไฝหรือจุดสีเข้มบริเวณเยื่อบุช่องปาก

หลายคนอาจไม่รู้ว่าไฝสามารถเกิดขึ้นภายในช่องปากได้เช่นกัน โดยอาจพบได้บริเวณเหงือก เพดานปาก หรือกระพุ้งแก้มด้านใน

เนื่องจากเป็นบริเวณที่มองเห็นได้ยาก และมักไม่มีอาการเจ็บหรือคันในระยะแรก ทำให้บางครั้งถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงรอยช้ำจากการกัดโดน หรือเป็นเม็ดสีสะสมธรรมดา

ควรสังเกตหากพบจุดสีเข้มที่

  • อยู่ต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์โดยไม่จางลง
  • มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
  • พื้นผิวเปลี่ยนไป เช่น ขรุขระ นูน หรือมีแผล
  • มีสีผิดปกติหรือไม่สม่ำเสมอ

3. ไฝบริเวณเปลือกตาหรือเยื่อบุตา

บริเวณรอบดวงตาเป็นอีกจุดที่มักถูกมองข้าม เพราะต้องเปิดเปลือกตาหรือสังเกตอย่างละเอียดจึงจะเห็น

ไฝบริเวณนี้อาจมีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาล เทา หรือเข้มบริเวณเยื่อบุตา หรือด้านในเปลือกตา ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นอันตราย แต่ควรติดตามหากมีการเปลี่ยนแปลง

ควรพบจักษุแพทย์หากพบว่า

  • ไฝนูนขึ้นหรือมีลักษณะเป็นก้อน
  • มีเส้นเลือดบริเวณรอบ ๆ ดูผิดปกติ
  • รู้สึกระคายเคืองเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา
  • มีขนาดหรือสีเปลี่ยนไป

ไฝในเยื่อบุตา

4. ไฝบริเวณจุดซ่อนเร้นและรอบทวารหนัก

บริเวณจุดซ่อนเร้นเป็นอีกตำแหน่งที่หลายคนอาจไม่กล้าตรวจดูหรือไม่กล้าไปพบแพทย์เมื่อเกิดความผิดปกติ เพราะมักเข้าใจว่าเป็นปัญหาทั่วไป เช่น การระคายเคือง ผื่น หรือการอักเสบ

แต่หากพบไฝหรือจุดสีเข้มบริเวณนี้ ควรสังเกตการเปลี่ยนแปลง เช่น

  • สีเปลี่ยนไป มีหลายสีปะปนกัน
  • ขอบไม่เรียบหรือรูปร่างผิดปกติ
  • มีเลือดออก มีสะเก็ด หรือมีน้ำซึม
  • มีอาการคัน เจ็บ หรือขยายวงกว้างขึ้น

ความแตกต่างสำคัญคือ อาการจากการระคายเคืองทั่วไปมักดีขึ้นเมื่อได้รับการดูแล แต่ไฝที่มีการเปลี่ยนแปลงผิดปกติอาจค่อย ๆ ขยายหรือเปลี่ยนลักษณะต่อเนื่อง

5. เส้นสีดำแนวตั้งบนเล็บ

เส้นสีดำบนเล็บที่หลายคนมองว่าเป็นเพียงรอยช้ำหรือเชื้อรา อาจเป็นภาวะที่เรียกว่า ไฝบริเวณฐานเล็บ (Nail matrix nevus) หรือในบางกรณีอาจต้องระวังภาวะมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาใต้เล็บ

วิธีสังเกตคือ หากเป็นรอยช้ำจากการกระแทก รอยมักจะค่อย ๆ เคลื่อนออกมาตามการงอกของเล็บและหายไปเมื่อเล็บยาวขึ้น

แต่หากเป็นเส้นสีดำที่ควรตรวจเพิ่มเติม อาจมีลักษณะ เช่น

  • เส้นสีดำกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
  • ขอบของเส้นไม่ชัดเจน
  • สีเข้มไม่สม่ำเสมอ
  • มีสีดำลามไปยังผิวหนังรอบเล็บ

หากพบลักษณะเหล่านี้ ควรพบแพทย์ผิวหนัง ซึ่งสามารถใช้เครื่องมือขยายพิเศษ เช่น กล้องส่องผิวหนัง (Dermoscope) เพื่อช่วยประเมินความผิดปกติ

เช็กไฝอย่างไรให้รู้ทันความผิดปกติ?

แพทย์มักแนะนำให้สังเกตไฝตามหลัก ABCDE ซึ่งเป็นแนวทางเบื้องต้นในการประเมินไฝที่อาจผิดปกติ

  • A (Asymmetry) : รูปร่างสองข้างไม่สมมาตร
  • B (Border) : ขอบไม่เรียบ ไม่ชัดเจน
  • C (Color) : สีไม่สม่ำเสมอ มีหลายสีในจุดเดียว
  • D (Diameter) : ขนาดใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะมากกว่า 6 มิลลิเมตร
  • E (Evolving) : มีการเปลี่ยนแปลง เช่น โตขึ้น นูนขึ้น สีเปลี่ยน หรือมีอาการผิดปกติ

คำแนะนำง่าย ๆ ตรวจตัวเองเดือนละครั้ง

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรกำหนดเวลาตรวจผิวหนังด้วยตัวเองเป็นประจำ เช่น เดือนละครั้ง ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และอาจถ่ายภาพเก็บไว้เพื่อเปรียบเทียบว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม การมีไฝในตำแหน่งเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเสมอไป สิ่งสำคัญคืออย่าตื่นตระหนก แต่ควรใส่ใจเมื่อพบการเปลี่ยนแปลง

จำไว้ว่า ไฝที่น่ากังวลไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “การเปลี่ยนแปลง” ของไฝ หากพบว่าโตขึ้น เปลี่ยนสี ขอบผิดปกติ นูนขึ้น หรือมีแผล ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ผิวหนังเพื่อความมั่นใจ

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล