อย่าฉี่ตอนยังไม่ปวด 2 พฤติกรรม ทำกระเพาะปัสสาวะหด เหลือเล็กเท่าขวดนมเปรี้ยว

อย่าฉี่ตอนยังไม่ปวด 2 พฤติกรรม ทำกระเพาะปัสสาวะหด เหลือเล็กเท่าขวดนมเปรี้ยว

อย่าฉี่ตอนยังไม่ปวด 2 พฤติกรรม ทำกระเพาะปัสสาวะหด เหลือเล็กเท่าขวดนมเปรี้ยว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อย่ารีบฉี่ตอนยังไม่ปวด หมอเตือน 2 พฤติกรรม ทำกระเพาะปัสสาวะหด เหลือขนาดเล็กเท่าขวดนมเปรี้ยว

หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า “พฤติกรรมเข้าห้องน้ำ” ในชีวิตประจำวัน อาจส่งผลต่อสุขภาพกระเพาะปัสสาวะได้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มักมีพฤติกรรมบางอย่างจากความเคยชิน เช่น กลัวเข้าห้องน้ำไม่สะดวก หรือไม่อยากรบกวนเวลาทำงาน

แพทย์เตือนว่า 2 พฤติกรรมที่ดูเหมือนไม่มีอะไร อาจทำให้กระเพาะปัสสาวะปรับตัวจนมีความจุน้อยลง ส่งผลให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อย และรู้สึกปวดปัสสาวะง่ายขึ้น

กระเพาะปัสสาวะปกติควรจุได้เท่าไร?

โดยทั่วไป กระเพาะปัสสาวะของผู้ใหญ่สามารถรองรับปัสสาวะได้ประมาณ 300-500 ซีซี ก่อนที่จะส่งสัญญาณไปยังสมองว่า “ถึงเวลาต้องเข้าห้องน้ำ”

แต่ในกรณีของหญิงวัย 70 ปีรายหนึ่งในไต้หวัน แพทย์กลับพบว่าความจุกระเพาะปัสสาวะของเธอเหลือเพียง ไม่ถึง 100 ซีซี ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณของขวดนมเปรี้ยวขนาดเล็ก

แพทย์หญิงเซี่ยเสี่ยวอวิ๋น (謝筱芸) สูตินรีแพทย์จากโรงพยาบาลทหารผ่านศึกไถจง ประเทศไต้หวัน ระบุว่า สาเหตุหนึ่งอาจมาจากพฤติกรรมที่ทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนทำให้กระเพาะปัสสาวะ “เรียนรู้” รูปแบบการทำงานใหม่

2 พฤติกรรมเสี่ยง ทำกระเพาะปัสสาวะหดเล็กลง

1. ดื่มน้ำน้อย เพราะกลัวเข้าห้องน้ำบ่อย

ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเลือกดื่มน้ำน้อยลง เพราะไม่อยากเสียเวลาเข้าห้องน้ำ โดยเฉพาะคนที่ทำงานยุ่ง เดินทางบ่อย หรืออยู่ในสถานที่ที่เข้าห้องน้ำไม่สะดวก

กรณีผู้ป่วยหญิงรายนี้ เธอเล่าว่า หลังเริ่มทำงานเป็นข้าราชการตั้งแต่อายุ 20 กว่าปี เธอลดปริมาณการดื่มน้ำลงอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่อยากต้องเข้าห้องน้ำบ่อย โดยดื่มน้ำวันละไม่ถึง 1,000 ซีซีเป็นเวลาหลายสิบปี

การดื่มน้ำน้อยเกินไป อาจทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นขึ้น และหากทำร่วมกับพฤติกรรมอื่น อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะได้

2. มีเวลาว่างเมื่อไร ก็เข้าห้องน้ำทันที แม้ยังไม่ปวด

อีกพฤติกรรมที่หลายคนทำโดยไม่รู้ตัว คือ “เห็นห้องน้ำเมื่อไร ก็แวะเข้าก่อน” แม้กระเพาะปัสสาวะยังมีปัสสาวะไม่มาก

เมื่อทำซ้ำเป็นเวลานาน ร่างกายอาจเกิดการเรียนรู้ว่า เมื่อมีปัสสาวะเพียงเล็กน้อยก็ต้องส่งสัญญาณอยากเข้าห้องน้ำ ทำให้กระเพาะปัสสาวะไม่ค่อยได้ฝึกขยายเพื่อรองรับปริมาณปัสสาวะตามธรรมชาติ

ผลที่ตามมาอาจทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น แม้จริง ๆ แล้วมีปัสสาวะเพียงเล็กน้อย

อย่าคิดว่าดื่มน้ำน้อยแล้วจะช่วยลดปัสสาวะบ่อย

แพทย์หญิงเซี่ยเสี่ยวอวิ๋นเตือนว่า การแก้ปัญหาปัสสาวะบ่อยด้วยการลดน้ำดื่ม อาจไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เพราะร่างกายยังต้องการน้ำเพื่อรักษาสมดุลและช่วยให้ระบบต่าง ๆ ทำงานตามปกติ

สิ่งสำคัญคือ ควรฝึกพฤติกรรมการเข้าห้องน้ำให้เหมาะสม ไม่เข้าบ่อยเกินความจำเป็น และไม่กลั้นปัสสาวะนานจนเกินไป

วิธีดูแลกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • ไม่ลดน้ำดื่มเพียงเพราะกลัวเข้าห้องน้ำ
  • เข้าห้องน้ำเมื่อมีอาการปวด ไม่จำเป็นต้องเข้าล่วงหน้าทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
  • หากมีอาการปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์

สรุป: อย่าปล่อยให้กระเพาะปัสสาวะ “เคยชิน” กับการทำงานผิดเวลา

พฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ดื่มน้ำน้อยและเข้าห้องน้ำทั้งที่ยังไม่ปวด อาจดูเหมือนไม่ส่งผลในทันที แต่เมื่อทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้กระเพาะปัสสาวะปรับตัวจนรับปริมาณปัสสาวะได้น้อยลง

การดูแลกระเพาะปัสสาวะไม่ใช่การหลีกเลี่ยงน้ำหรือเข้าห้องน้ำให้น้อยที่สุด แต่คือการรักษาสมดุล ให้ร่างกายทำงานตามธรรมชาติ เพื่อป้องกันปัญหาปัสสาวะบ่อยในระยะยาว

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล