"อีกา 3 ขา" โลโก้ของ "ฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่น" มีที่มาอย่างไร?

"อีกา 3 ขา" โลโก้ของ "ฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่น" มีที่มาอย่างไร?

"อีกา 3 ขา" โลโก้ของ "ฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่น" มีที่มาอย่างไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ถ้าพูดถึง "ฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่น" นอกจากเสื้อสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ และฝีเท้าของผู้เล่นที่ยกระดับมาเป็นชาติชั้นนำของวงการลูกหนังอย่างเต็มตัวในรอบทศวรรษที่ผ่านมาแล้วนั้น

อีกหนึ่งสิ่งที่แฟนบอลหลายคนน่าจะนึกถึงทันทีเลยก็คือ "โลโก้" บนอกเสื้อที่เป็นรูป "อีกาสามขา" ที่ใช้กันมาจนเป็นภาพจำกันไปแล้ว

อีกา เกี่ยวอะไรกับชาติลูกหลานพระอาทิตย์อย่าง ญี่ปุ่น? และทำไมมันถึงมี 3 ขาด้วย? ตรงนี้เรามีคำตอบมาฝากทุกท่านให้หายข้องใจ

gettyimages-2159790685-594x59สำหรับอีกาสามขาของญี่ปุ่นนี้ มีชื่อเรียกว่า "ยะตะกะระสุ" (Yatagarasu) แม้จะมี 3 ขา แต่ชื่อของมันแปลแล้วมีความหมายว่า "อีกาปีกยาว 3 คืบ" และแน่นอนว่ามันเป็นสัตว์ที่ไม่ได้มีอยู่จริง แต่เป็นสัตว์ในตำนานปรัมปราของแดนปลาดิบ

ในความเชื่อตามศาสนาชินโต แผ่นดินถูกสรรสร้างขึ้นโดยเหล่าเทพเจ้าหรือ คามิ (Kami) ซึ่งเทพเจ้าที่ได้รับความเคารพมากที่สุดก็คือเทพีอะมะเตระสุ (Amaterasu) ผู้เป็นเทพีแห่งดวงอาทิตย์ ซึ่งเทพีองค์นี้เองนี่ที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นมีความผูกพันกับดวงอาทิตย์ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติในที่สุด
gettyimages-2170440255-594x59ตามตำนานบอกอีกว่า เทพีอะมะเตระสุ มีลูกหลานที่ต่อมาได้กลายเป็นจักรพรรดิองค์แรกของญี่ปุ่นด้วย นั่นก็คือ จักรพรรดิจิมมุ (Jimmu) ทำให้จักรพรรดิญี่ปุ่นที่สืบเชื้อสายมาจนถึงยุคปัจจุบันก็คือผู้สืบทอดสายเลือดของเทพีอะมะเตระสุโดยตรงนั่นเอง

พงศาวดารประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่มีส่วนผสมของเรื่องปรัมปรา บันทึกไว้ว่า เมื่อราว 2,600 ปีก่อน จักรพรรดิจิมมุ ได้นำกองทัพจากเกาะคิวชูข้ามไปที่เกาะฮอนชู เพื่อพิชิตดินแดนตะวันออก และก่อตั้งราชวงศ์ขึ้นมา ซึ่งช่วงหนึ่งของการเดินทาง กองทัพของจักรพรรดิจิมมุยกทัพมาถึงเทือกเขาคิอิ แต่เทือกเขามีความสลับซับซ้อนมาก ทำให้กองทัพประสบปัญหาในการเคลื่อนพล
nara-the-first-emperor-of-japเทพีอะมะเตระสุ เห็นว่าลูกหลานกำลังลำบาก พระองค์จึงให้ อีกา 3 ขา หรือ ยะตะกะระสุ บินไปหา จักรพรรดิจิมมุ เพื่อบินนำทางให้กองทัพข้ามเทือกเขาคิอิและพิชิตดินแดนตะวันออกได้สำเร็จ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 660 ปีก่อนคริสตกาล พร้อมกับ จักรพรรดิจิมมุ สถาปนาราชวงศ์ยามาโตะ (Yamato) ปกครองแผ่นดินญี่ปุ่นนับตั้งแต่นั้น

จากผลงานชิ้นโบแดงของ ยาตะกะระสุ ครั้งนี้ ทำให้มันกลายเป็นสัตว์มงคล ถูกยกถือเป็นทูตสวรรค์ ทำให้ฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่นนำ ยะตะกะระสุ มาเป็นโลโก้ประจำทีมตั้งแต่ปี 1988 แม้จะมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดโลโก้มาแล้วนับ 10 ครั้ง แต่เจ้า ยะตะกะระสุ ก็ยังอยู่บนหน้าอกเสื้อแข้งซามูไรมาโดยตลอด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล