หมอไตเตือน! 5 อาหารทำลายตับและไต แต่หลายคนกลับชื่นชอบ กินแทบทุกวัน

หมอไตเตือน! 5 อาหารทำลายตับและไต แต่หลายคนกลับชื่นชอบ กินแทบทุกวัน

หมอไตเตือน! 5 อาหารทำลายตับและไต แต่หลายคนกลับชื่นชอบ กินแทบทุกวัน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อาหารจานโปรดใกล้ตัวที่หลายคนคุ้นเคย อาจแฝงอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่รู้ตัว

นายแพทย์หง หยงเซียง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตจากไต้หวัน เตือนว่า อาหารบางชนิดที่ดูเหมือนจะดีต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ แท้จริงแล้วอาจส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว พร้อมเปิดเผย 5 รายการอาหารที่ควรระวังและหลีกเลี่ยง ได้แก่

  • 1. ผักดอง (หัวไชเท้าดอง แตงกวาดอง กะหล่ำปลีดอง) อาหารหมักดองมีองค์ประกอบที่ส่งผลเสียต่อทั้งตับและไต โดยเฉพาะปริมาณโซเดียมที่สูงมากเพื่อใช้ถนอมอาหาร ความเสี่ยงจากเชื้อรา (สารอะฟลาทอกซิน) และสารไนโตรซามีนที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการหมัก การบริโภคเป็นประจำจะเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งทางเดินอาหารและมะเร็งตับ สำหรับผู้ป่วยโรคไต ปริมาณเกลือที่สูงจะส่งผลให้ความดันโลหิตพุ่งสูง เกิดการคั่งของน้ำ และนำไปสู่อาการบวมน้ำ

  • 2. ซอสปรุงรสและเต้าหู้ยี้ เต้าหู้ยี้เพียงชิ้นเล็กๆ อาจมีปริมาณโซเดียมสูงเกินกว่า 1 ใน 3 ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน นอกจากนี้ ซอสปรุงรสต่างๆ เช่น ซอสเต้าซี่ หรือซอสพริก ยังมักมีสารกันบูดและสีสังเคราะห์ งานวิจัยยืนยันว่าการบริโภคโซเดียมสูงมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะไตวาย

  • 3. หมูหยองและเนื้อสัตว์แปรรูปอบแห้ง เนื้อสัตว์แปรรูปเหล่านี้เปลี่ยนโปรตีนที่มีประโยชน์ให้กลายเป็นภาระของร่างกาย เพราะกรรมวิธีการผลิตต้องเติมน้ำมัน น้ำตาล เกลือ และสารกลุ่มฟอสเฟตในปริมาณมาก ร่างกายสามารถดูดซึมฟอสฟอรัสสังเคราะห์จากสารปรุงแต่งอาหารได้สูงถึง 90–100% ซึ่งเป็นอันตรายต่อไตอย่างยิ่ง ทำให้เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดผิดปกติ หลอดเลือดแดงแข็งตัว และเร่งให้การทำงานของไตเสื่อมลงเร็วขึ้น

  • 4. น้ำซุปกระดูกเข้มข้นและน้ำต้มเนื้อ แคลเซียมในกระดูกสัตว์แทบไม่ละลายออกมาในน้ำต้ม แต่น้ำซุปที่เคี่ยวนานกลับเต็มไปด้วยไขมันอิ่มตัว สารพิวรีน และอาจมีโลหะหนักปนเปื้อน พิวรีนปริมาณสูงจะถูกเปลี่ยนเป็นกรดยูริก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ่วในไตและโรคเกาต์ ขณะเดียวกันไขมันและสารตกค้างก็ทำให้ตับต้องทำงานหนักในการกำจัดของเสีย

  • 5. ข้าวต้มขาวและบะหมี่ขาวล้วน แม้ข้าวต้มจะย่อยง่าย แต่ในมุมของโภชนาการ ข้าวต้มขาวถือเป็น "ระเบิดน้ำตาล" เนื่องจากโครงสร้างแป้งถูกต้มจนเปื่อยยุ่ย ทำให้มีดัชนีน้ำตาล (GI) สูงมากและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเฉียบพลัน

งานวิจัยใน American Journal of Clinical Nutrition ระบุว่า การรับประทานอาหารที่มีค่า GI สูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบเรื้อรัง นำไปสู่ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่เกิดจากแอลกอฮอล์ และสร้างความเสียหายต่อหลอดเลือดฝอยในไตจนนำไปสู่โรคไตจากเบาหวานในที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล