ผมสวยเริ่มที่หนังศีรษะ! เช็ก 6 วิธีเลือก Hair Care ให้ตรงกับปัญหาผม

เวลาเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม หลายคนอาจมองหาแชมพูหรือทรีตเมนต์ที่ช่วยให้ “ผมนุ่มและเงางาม” เป็นอันดับแรก แต่เทรนด์การดูแลเส้นผมในปัจจุบันเริ่มให้ความสำคัญมากกว่านั้น เพราะสุขภาพของหนังศีรษะก็เป็นอีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญของการมีเส้นผมที่ดูสุขภาพดี ทำให้ทั้ง Scalp Care, Personalised Hair Care รวมถึง Vegan & Clean Beauty กลายเป็นแนวทางที่ถูกพูดถึงมากขึ้น เพราะแทนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์แบบเดียวกับทุกสภาพผม เราสามารถเลือกการดูแลให้ตรงกับปัญหาของทั้งเส้นผมและหนังศีรษะได้

ทำไมการดูแลหนังศีรษะถึงสำคัญ?
ลองนึกถึงการดูแลผิวหน้า เราคงไม่ได้สนใจแค่การแต่งหน้าให้สวย แต่ยังต้องทำความสะอาด เติมความชุ่มชื้น และเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิว การดูแลเส้นผมก็คล้ายกัน เพราะหนังศีรษะเป็นบริเวณที่มีทั้งความมัน เหงื่อ คราบผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม และสิ่งสกปรกจากสภาพแวดล้อมสะสมได้
ดังนั้นนอกจากการเลือกแชมพูตามสภาพเส้นผมแล้ว การสังเกตสภาพหนังศีรษะของตัวเองและเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมจึงเป็นอีกส่วนที่ไม่ควรมองข้าม
รู้จัก A.S.P KITOKO Hair Care จากอังกฤษ
หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นำแนวคิดนี้มาใช้คือ A.S.P® KITOKO® Hair Care ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากอังกฤษที่ Advance Cabello นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย โดยวางแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไว้ว่า “The Power of Nature, Boosted by Science”
ผลิตภัณฑ์เป็นสูตรวีแกน 100% และมีส่วนผสมจากธรรมชาติไม่น้อยกว่า 92% พร้อมเทคโนโลยี ENVIRO-SHIELD™ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยปกป้องเส้นผมจากปัจจัยภายนอก เช่น มลภาวะ แสงแดด รังสี UV และความร้อน
นอกจากนี้ยังมี NMF หรือ Natural Moisturising Factor สำหรับช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้น และ Baobab Extract สำหรับการบำรุงเส้นผม ลดความชี้ฟู และช่วยให้เส้นผมมีความนุ่มลื่นมากขึ้น

ผมของเราเหมาะกับสูตรไหน? เช็กจาก 6 กลุ่มนี้
A.S.P KITOKO Hair Care แบ่งการดูแลออกเป็น 6 กลุ่มตามความต้องการของเส้นผมและหนังศีรษะ ซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการเลือก Hair Care ให้เหมาะกับตัวเองได้
1. ผมแห้ง ชี้ฟู แต่อยากได้ความเงางาม – OIL TREATMENT
ใครมีปัญหาผมแห้ง ปลายผมดูฟู หรืออยากเพิ่มความเงางามโดยไม่อยากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เส้นผมหนัก กลุ่ม OIL TREATMENT เป็นออยล์ทรีตเมนต์แบบไม่ต้องล้างออก
สูตรนี้มี Argan Oil, Karité Oil และ UV Filter เน้นเติมความชุ่มชื้นและลดความชี้ฟู พร้อมช่วยให้เส้นผมนุ่มลื่นและเงางาม โดยออกแบบเนื้อสัมผัสให้บางเบาเพื่อไม่ให้ผมรู้สึกหนักหรือลีบแบน
2. ผมทำสี ฟอก หรือผ่านเคมีบ่อย – REPAIRING
ถ้าเป็นสายเปลี่ยนสีผม ฟอกสี ดัด หรือผ่านกระบวนการเคมีเป็นประจำ ควรเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผมแห้งเสียโดยเฉพาะ
REPAIRING ใช้ Avocado Oil และ Orchid Oil เป็นส่วนประกอบในการบำรุง โดยเน้นคืนความนุ่มลื่นและดูแลเส้นผมที่ผ่านกระบวนการเคมีซ้ำ ๆ
3. ผมแห้ง หยาบ และขาดความชุ่มชื้น – HYDRATING
บางครั้งผมที่ดูฟูไม่ได้เกิดจากความเสียหายจากสารเคมีเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นเพราะเส้นผมขาดความชุ่มชื้น
HYDRATING จึงเน้นเติมความชุ่มชื้นให้กับผมแห้ง หยาบ และชี้ฟู ด้วย Hyaluronic Acid และสารสกัดจากมะพร้าว เพื่อช่วยให้เส้นผมนุ่มลื่น จัดทรงง่าย และดูสุขภาพดีขึ้น
4. ผมปกติ แต่อยากดูแลทุกวัน – DAILY LUXE
ถ้าไม่ได้มีปัญหาเส้นผมหนักเป็นพิเศษ แต่อยากรักษาความนุ่มและเงางามเอาไว้ สามารถเลือกกลุ่มสำหรับการดูแลประจำวันอย่าง DAILY LUXE
สูตรนี้มี Karité Oil และ Argan Oil เน้นช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มลื่น มีน้ำหนัก และเงางามอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับการดูแลเส้นผมในชีวิตประจำวัน
5. ใช้ Styling เยอะ หนังศีรษะมัน หรือรู้สึกว่าผมไม่สะอาด – DETOX
สเปรย์จัดแต่งทรงผม ดรายแชมพู แวกซ์ รวมถึงความมันและมลภาวะในแต่ละวัน สามารถสะสมอยู่บนเส้นผมและหนังศีรษะได้
DETOX เป็นแชมพูทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน ออกแบบมาเพื่อช่วยขจัดคราบจากผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม ความมันส่วนเกิน และมลภาวะที่สะสม โดยมี Rose Water และ Red Tea Extract เป็นส่วนประกอบ
6. อยากเริ่มดูแลที่หนังศีรษะ – HEALTHY SCALP
สำหรับคนที่รู้สึกว่าหนังศีรษะเสียสมดุลหรืออยากเพิ่มขั้นตอน Scalp Care เข้าไปใน Hair Routine สามารถเลือกผลิตภัณฑ์กลุ่ม HEALTHY SCALP ซึ่งถูกพัฒนามาสำหรับหนังศีรษะโดยเฉพาะ
ส่วนประกอบที่ระบุไว้มีทั้งสารสกัดจากโรสแมรี่ ดอกชบา คื่นช่ายฝรั่ง และ Propanediol Caprylate เน้นช่วยปลอบประโลม พร้อมให้ความรู้สึกสะอาด สดชื่น และสบายหนังศีรษะ

สรุปง่าย ๆ ก่อนเลือก Hair Care
- ผมแห้ง ชี้ฟู อยากเพิ่มความเงา: OIL TREATMENT
- ผมทำสี ฟอก ดัด หรือผ่านเคมี: REPAIRING
- ผมแห้ง หยาบ ขาดความชุ่มชื้น: HYDRATING
- ผมทั่วไปที่ต้องการดูแลทุกวัน: DAILY LUXE
- มีคราบ Styling ความมัน และสิ่งสกปรกสะสม: DETOX
- ต้องการดูแลหนังศีรษะโดยเฉพาะ: HEALTHY SCALP
Hair Care ที่ดีไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน
สิ่งที่น่าสนใจจากเทรนด์ Personalised Hair Care คือเราไม่จำเป็นต้องเลือกผลิตภัณฑ์ตามคำว่า “ผมสวย” เพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการสังเกตว่าปัญหาของเราอยู่ตรงไหน ระหว่างเส้นผม หนังศีรษะ หรือทั้งสองอย่าง
คนทำสีบ่อยอาจต้องการการบำรุงที่แตกต่างจากคนที่ผมแห้งเพราะขาดความชุ่มชื้น ขณะที่คนใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมทุกวันก็อาจต้องเพิ่มการทำความสะอาดสะสมเป็นครั้งคราว ส่วนคนที่มีปัญหาหนังศีรษะก็ควรให้ความสำคัญกับ Scalp Care ควบคู่กันไป
สำหรับ A.S.P® KITOKO® Hair Care ทั้ง 6 กลุ่ม สามารถสอบถามรายละเอียดและเลือกผลิตภัณฑ์ได้ผ่านซาลอนพาร์ตเนอร์ของ Advance Cabello เช่น KIKI Beauty Space, Junohair Thailand, Take Care Beauty Salon, Million Salon, Mum & Me และซาลอนพาร์ตเนอร์อื่น ๆ ทั่วประเทศ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


