เปิดมื้อมรณะ! ฮ่องเต้เลี้ยงอาหารหรู 3,000 คนชรา แต่จบงานตายเกลื่อน เกิดอะไรในวังหลวง?

เปิดตำนานงานเลี้ยงผู้เฒ่าของจักรพรรดิเฉียนหลง เลี้ยงคนชรานับพันมีจริง แต่เรื่องตายเกลื่อนจริงหรือ?
ในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ชิง มีงานเลี้ยงครั้งใหญ่ที่ถูกกล่าวถึงมาจนถึงปัจจุบัน นั่นคือ “เชียนโส่วเยี่ยน” หรืองานเลี้ยงพันผู้เฒ่า ซึ่งจักรพรรดิเฉียนหลงทรงจัดขึ้นเพื่อยกย่องผู้สูงอายุจากทั่วแผ่นดิน และแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของราชสำนัก
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังมีเรื่องราวเผยแพร่บนโลกออนไลน์ว่า หลังงานเลี้ยงสิ้นสุดลง ผู้สูงอายุจำนวนมากทยอยเสียชีวิตระหว่างเดินทางกลับบ้าน จนถูกเรียกว่าเป็น “มื้อมรณะ” และเกิดข้อสงสัยว่าอาหารในงานหรือราชสำนักมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตหรือไม่
เมื่อตรวจสอบจากหลักฐานร่วมสมัยและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ พบว่างานเลี้ยงมีอยู่จริงและมีผู้ร่วมงานหลายพันคนจริง แต่เรื่องแขกเสียชีวิตจำนวนมากหลังงานยังไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือรองรับ
“งานเลี้ยงพันผู้เฒ่า” มีอยู่จริงในสมัยราชวงศ์ชิง
งานเลี้ยงเชียนโส่วเยี่ยนเป็นพระราชพิธีที่ราชสำนักชิงจัดขึ้นเพื่อเชิดชูผู้สูงวัย โดยชื่อของงานมีความหมายใกล้เคียงกับ “งานเลี้ยงอายุยืนของผู้เฒ่านับพัน” ผู้ที่ได้รับเชิญมีทั้งเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง ทหาร ข้าราชการ ช่างฝีมือ ราษฎร และบุคคลจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ
จักรพรรดิคังซีเคยจัดงานลักษณะนี้มาก่อน ต่อมาจักรพรรดิเฉียนหลงทรงนำแนวคิดดังกล่าวกลับมาจัดอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อแสดงถึงความเคารพต่อผู้สูงอายุ ตลอดจนใช้เป็นภาพแทนของบ้านเมืองที่สงบสุขและประชาชนมีอายุยืน
งานครั้งใหญ่ในปี 1785 ฉลองการครองราชย์ครบ 50 ปี
ในปี ค.ศ. 1785 จักรพรรดิเฉียนหลงทรงจัดงานเลี้ยงผู้สูงอายุครั้งใหญ่ เนื่องในโอกาสครองราชย์ครบ 50 ปี โดยเชิญผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจากหลายพื้นที่ให้เข้าร่วมพิธีภายในพระราชวังต้องห้าม
จำนวนผู้ร่วมงานที่ปรากฏในเอกสารแต่ละแหล่งไม่ตรงกันทั้งหมด บางแหล่งระบุประมาณ 3,000 คน ขณะที่เอกสารบางชุดกล่าวถึงผู้สูงอายุมากกว่า 3,900 คน ความแตกต่างนี้อาจเกิดจากวิธีนับผู้ร่วมพิธี ผู้ติดตาม หรือกลุ่มบุคคลที่ได้รับเชิญไม่เหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นจำนวนใด งานครั้งนี้ก็ถือเป็นงานเลี้ยงขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับยุคสมัย ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องเดินทางจากพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีที่เมืองหลวง
ผู้ร่วมงานต้องมาถึงพระราชวังก่อนรุ่งสาง
หลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งมาจากบันทึกของโจเซฟ-มารี อามิโอต์ มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสซึ่งมีโอกาสเข้าร่วมงานในปี 1785 เขาบันทึกว่า ผู้ร่วมงานต้องมารวมตัวบริเวณพระราชวังตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง เพื่อรอเข้าสู่ขั้นตอนของพระราชพิธี
ภายในงานมีการจัดเลี้ยงอาหาร การแสดงดนตรี การเต้นรำ และการแสดงละคร สร้างบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่สมกับเป็นงานของราชสำนัก ผู้สูงอายุยังได้รับโอกาสเข้าเฝ้าจักรพรรดิ ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตของคนธรรมดาในยุคนั้น
งานเลี้ยงมีอาหารอะไรบ้าง?
บทความออนไลน์จำนวนหนึ่งอ้างว่า ภายในงานมีทั้งเป๋าฮื้อ กุ้งมังกร เนื้อกวาง แกงรสจัด และอาหารล้ำค่าจากทั่วแผ่นดิน แต่ยังไม่พบเอกสารร่วมสมัยที่ยืนยันรายการอาหารทั้งหมดตามที่กล่าวอ้าง
ข้อมูลที่มีหลักฐานชัดเจนกว่าคือ ผู้ร่วมงานได้รับประทานเนื้อแกะจากมองโกเลียและเนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ โดยมีการนำภาชนะที่ช่วยรักษาความร้อนมาใช้ จึงขัดกับเรื่องเล่าบางส่วนที่ระบุว่า ผู้สูงอายุต้องกินอาหารเย็นชืดเพราะรอจักรพรรดิเป็นเวลานาน
ดังนั้น การระบุว่าอาหารในงานเย็นจนทำให้ผู้ร่วมงานเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต จึงยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยัน
ผู้สูงอายุได้รับของพระราชทานหลังจบงาน
นอกจากอาหารและการแสดงแล้ว ผู้ร่วมงานยังได้รับของพระราชทานหลายประเภท เช่น เงิน เครื่องแต่งกาย ไม้เท้า และสิ่งของที่มีความหมายเกี่ยวกับความเป็นสิริมงคลหรืออายุยืน
ผู้สูงอายุบางรายยังได้รับตำแหน่งเชิดชูเกียรติตามวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากเป็นพิเศษ สิ่งเหล่านี้ช่วยตอกย้ำว่า งานเลี้ยงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงสร้างความสนุกสนาน แต่ยังเป็นพระราชพิธีทางการเมืองและวัฒนธรรมที่ใช้ยกย่องผู้สูงอายุด้วย
ตัวเลข 800 โต๊ะและผู้ร่วมงาน 3,056 คน มาจากอีกงานหนึ่ง
ข้อมูลที่มักถูกนำมาเล่ารวมกับงานปี 1785 คือ ตัวเลขโต๊ะประมาณ 800 ตัวและผู้ร่วมงาน 3,056 คน แต่รายละเอียดดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับงานเลี้ยงผู้สูงอายุอีกครั้งในปี ค.ศ. 1796
ในเวลานั้น จักรพรรดิเฉียนหลงทรงสละราชสมบัติให้จักรพรรดิเจียชิ่งแล้ว แต่ยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นไท่ซ่างหวงหรือต้นรัชกาลเกษียณ พระองค์จึงจัดงานเลี้ยงผู้สูงอายุขึ้นอีกครั้ง
การนำรายละเอียดของงานปี 1785 และปี 1796 มารวมกัน ทำให้บทความบางแห่งระบุทั้งปี จำนวนผู้ร่วมงาน และจำนวนโต๊ะผิดจากบริบททางประวัติศาสตร์
เรื่องผู้ร่วมงานเสียชีวิตจำนวนมากมีหลักฐานหรือไม่?
เรื่องเล่าบนอินเทอร์เน็ตระบุว่า หลังงานเลี้ยงสิ้นสุดลง ผู้สูงอายุจำนวนมากเสียชีวิตระหว่างเดินทางกลับบ้านหรือหลังกลับถึงบ้านไม่นาน โดยมีการคาดเดาสาเหตุต่าง ๆ เช่น การเดินทางที่เหนื่อยล้า อากาศหนาว การดื่มเหล้ามากเกินไป และการรับประทานอาหารในปริมาณมาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบบันทึกของผู้ร่วมงาน ข้อมูลจากราชสำนัก และเอกสารเกี่ยวกับพระราชพิธี ยังไม่พบหลักฐานที่ยืนยันว่าเกิดการเสียชีวิตหมู่หลังจบงาน
บันทึกของอามิโอต์กล่าวถึงความเหนื่อยล้าของผู้ร่วมงาน เนื่องจากต้องมาถึงพระราชวังตั้งแต่เช้ามืดและผ่านขั้นตอนพิธีการยาวนาน แต่ไม่ได้กล่าวถึงเหตุอาหารเป็นพิษ การเจ็บป่วยครั้งใหญ่ หรือการเสียชีวิตจำนวนมาก
จึงไม่ควรเขียนว่าแขกผู้สูงอายุ “ตายเกลื่อน” หรือระบุว่าการร่วมงานกลายเป็นมื้อสุดท้ายของคนจำนวนมาก เพราะเป็นการกล่าวเกินกว่าหลักฐานที่มีอยู่
ข้อสันนิษฐานเรื่องความหนาวและการเดินทางมาจากไหน?
แม้ยังไม่มีหลักฐานเรื่องการเสียชีวิตหมู่ แต่ผู้สูงอายุในยุคนั้นอาจต้องเผชิญกับความยากลำบากจริง การเดินทางระหว่างเมืองใช้เวลานาน ระบบคมนาคมยังไม่สะดวก และสภาพอากาศในกรุงปักกิ่งช่วงฤดูหนาวค่อนข้างหนาวเย็น
ปัจจัยเหล่านี้จึงถูกผู้เขียนในยุคหลังนำมาใช้ตั้งสมมติฐานว่า ผู้ร่วมงานบางรายอาจเจ็บป่วยจากการเดินทางหรืออากาศ แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าความยากลำบากดังกล่าวนำไปสู่การเสียชีวิตพร้อมกันเป็นจำนวนมาก
ความเป็นไปได้ที่ผู้ร่วมงานบางคนจะเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตในช่วงใกล้เคียงกับงานไม่สามารถตัดทิ้งได้ทั้งหมด เนื่องจากผู้เข้าร่วมมีอายุมากและมีจำนวนหลายพันคน แต่สิ่งนี้แตกต่างจากคำกล่าวอ้างว่าเกิดโศกนาฏกรรมตายหมู่จากงานเลี้ยงโดยตรง
ไม่พบหลักฐานว่าจักรพรรดิเฉียนหลงวางยาพิษ
ข้อกล่าวหาว่าจักรพรรดิเฉียนหลงหรือราชสำนักอาจวางยาพิษผู้สูงอายุไม่มีหลักฐานรองรับ และยังขัดกับจุดประสงค์ทางการเมืองของงาน ซึ่งต้องการแสดงภาพว่าจักรพรรดิทรงมีพระเมตตา บ้านเมืองสงบสุข และประชาชนมีอายุยืน
หากเกิดการเสียชีวิตหมู่จริง เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะกระทบต่อชื่อเสียงของราชสำนักอย่างรุนแรง และอาจปรากฏในบันทึกร่วมสมัย เอกสารการสอบสวน หรือคำบอกเล่าของชาวต่างชาติที่อยู่ในราชสำนัก แต่ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานลักษณะนั้น
สรุปความจริงของงานเลี้ยงพันผู้เฒ่า
งานเลี้ยงเชียนโส่วเยี่ยนของจักรพรรดิเฉียนหลงมีอยู่จริง และมีผู้สูงอายุหลายพันคนได้รับเชิญเข้าร่วม งานครั้งสำคัญจัดขึ้นในปี 1785 เพื่อฉลองการครองราชย์ครบ 50 ปี และมีการจัดอีกครั้งในปี 1796
ภายในงานมีอาหาร การแสดง และของพระราชทานจำนวนมาก แต่รายละเอียดเกี่ยวกับเมนูหรูบางรายการยังไม่มีหลักฐานชัดเจน ขณะที่ตัวเลข 800 โต๊ะกับผู้ร่วมงาน 3,056 คนไม่ควรนำไปปะปนกับงานปี 1785
ส่วนเรื่องผู้สูงอายุเสียชีวิตเกลื่อนหลังงาน ยังไม่พบหลักฐานจากบันทึกร่วมสมัยหรือเอกสารราชสำนัก จึงควรเรียกว่าเป็นตำนานหรือเรื่องเล่าที่แพร่หลายในโลกออนไลน์ มากกว่าจะนำเสนอเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการยืนยัน
งานเลี้ยงพันผู้เฒ่าจึงไม่ใช่ “มื้อมรณะ” ตามพาดหัวที่ถูกเล่าต่อกัน แต่เป็นพระราชพิธีขนาดใหญ่ที่สะท้อนทั้งแนวคิดการยกย่องผู้สูงวัย การแสดงพระบารมี และการเมืองเชิงสัญลักษณ์ของราชสำนักชิง
- กินอะไรอายุยืน? เผยอาหารโปรด "ฮ่องเต้เฉียนหลง" ของบำรุงชั้นเลิศ เมืองไทยราคาถูกมาก!!!
- ย้อนชะตากรรม "ขันทีหัวใจพระโพธิสัตว์" จงใจอ่านราชโองการ "ผิด 1 คำ" ช่วยชีวิตคนนับพัน!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี