ชั้น 13 หายไปไหน? เปิดเหตุผลที่โรงแรมเลือกข้ามเลขนี้ ทั้งที่ในอาคารยังมีอยู่จริง!

ชั้น 13 หายไปไหน? เปิดเหตุผลที่โรงแรมเลือกข้ามเลขนี้ ทั้งที่ในอาคารยังมีอยู่จริง!

ชั้น 13 หายไปไหน? เปิดเหตุผลที่โรงแรมเลือกข้ามเลขนี้ ทั้งที่ในอาคารยังมีอยู่จริง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทำไมโรงแรมหลายแห่งไม่มี “ชั้น 13” ไขความจริงเบื้องหลังตัวเลขที่ถูกเลี่ยงทั่วโลก

เคยสังเกตไหมว่า โรงแรมหรืออาคารสูงบางแห่งไม่มีชั้น 13 ทั้งที่นับจำนวนชั้นแล้วควรจะมี? เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากข้อจำกัดทางสถาปัตยกรรม แต่เกี่ยวข้องกับความเชื่อที่มีมานานเกี่ยวกับ “เลข 13”

สำหรับผู้เข้าพักหลายคน การขึ้นลิฟต์ในโรงแรมอาจพบความแปลกใจ เมื่อปุ่มเลือกชั้นไม่มีหมายเลข 13 แต่กลับข้ามจากชั้น 12 ไปเป็นชั้น 14 หรือใช้ตัวอักษรหรือสัญลักษณ์อื่นแทน

แม้ว่าตัวอาคารจริง ๆ จะยังมีพื้นที่ชั้นที่ 13 อยู่ แต่ผู้ประกอบการบางแห่งเลือกไม่ใช้หมายเลขดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกกังวลหรือความไม่สบายใจของลูกค้า

ทำไมเลข 13 ถึงถูกมองว่าเป็นเลขไม่ดี?

ความกลัวหรือความรู้สึกไม่สบายใจกับเลข 13 มีชื่อเรียกว่า Triskaidekaphobia ซึ่งหมายถึงความกลัวเลข 13 โดยเฉพาะ แม้ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าความเชื่อนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อใด แต่เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหลายอย่างมีส่วนทำให้เลขนี้ถูกมองในแง่ลบ

หนึ่งในเรื่องราวที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือเหตุการณ์ “อาหารมื้อสุดท้าย” (The Last Supper) ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ โดยมีแนวคิดว่ามีผู้ร่วมโต๊ะอาหารทั้งหมด 13 คน และหนึ่งในนั้นคือยูดาส ผู้ถูกกล่าวว่าเป็นผู้ทรยศต่อพระเยซู

นอกจากนี้ ในตำนานเทพปกรณัมนอร์สของยุโรปเหนือ ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับโลกิ เทพเจ้าแห่งความเจ้าเล่ห์ ซึ่งถูกกล่าวว่าเป็นแขกคนที่ 13 ที่เข้าร่วมงานเลี้ยงและนำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรง

เรื่องเล่าเหล่านี้ถูกส่งต่อมาเป็นเวลานาน จนทำให้คนจำนวนหนึ่งเชื่อมโยงเลข 13 เข้ากับความโชคร้าย และกลายเป็นเหตุผลที่บางธุรกิจเลือกหลีกเลี่ยงการใช้หมายเลขนี้

แล้ว “ชั้น 13” ที่หายไป อยู่ตรงไหน?

แม้โรงแรมหรืออาคารบางแห่งจะไม่มีปุ่มชั้น 13 แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวอาคารไม่มีชั้นดังกล่าว เพียงแต่มีการเปลี่ยนชื่อเรียกเพื่อหลีกเลี่ยงหมายเลขที่สร้างความกังวลให้ผู้เข้าพัก

ตัวอย่างเช่น อาคารบางแห่งอาจใช้ชื่อชั้นว่า 12A, 12B หรือ 14A แทนชั้นที่ 13 ตามระบบการจัดหมายเลขของแต่ละสถานที่

จากการสำรวจอาคารที่พักอาศัยในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา จำนวน 629 แห่งที่มีตั้งแต่ 13 ชั้นขึ้นไป พบว่ามีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังใช้ชื่อ “ชั้น 13” อย่างเป็นทางการ ขณะที่อาคารส่วนใหญ่เลือกใช้หมายเลขอื่นแทน

นอกจากนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นของ USA Today และ Gallup ในปี 2007 ยังพบว่า ชาวอเมริกันบางส่วนรู้สึกไม่สบายใจหากต้องพักห้องบนชั้น 13 ของโรงแรม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ธุรกิจโรงแรมเลือกปรับระบบการเรียกชั้นเพื่อสร้างความสบายใจให้กับลูกค้า

ไม่ได้มีแค่โรงแรมที่เลี่ยงเลข 13

การหลีกเลี่ยงเลข 13 ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโรงแรมเท่านั้น แต่ยังพบในสถานที่อื่น เช่น อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล หรือระบบขนส่งบางประเภท

บางโรงพยาบาลอาจไม่มีหมายเลขห้อง 13 ขณะที่สายการบินบางแห่งก็เคยหลีกเลี่ยงการใช้หมายเลขแถวที่นั่ง 13 เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารบางกลุ่มรู้สึกกังวล

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อเกี่ยวกับตัวเลขไม่ได้เหมือนกันทั่วโลก เพราะแต่ละวัฒนธรรมมีมุมมองต่อ “เลขนำโชค” และ “เลขอัปมงคล” แตกต่างกัน

เช่น ในหลายประเทศของเอเชีย เลข 4 มักถูกหลีกเลี่ยง เนื่องจากเสียงอ่านในบางภาษามีความคล้ายคลึงกับคำที่หมายถึง “ความตาย” ทำให้อาคารบางแห่งข้ามชั้น 4 หรือไม่ใช้หมายเลขห้องที่มีเลขดังกล่าว

ชั้น 13 ไม่มีจริง หรือเป็นเพียงเรื่องของความเชื่อ?

ในทางกายภาพ ชั้น 13 ของอาคารยังคงมีอยู่ เพียงแต่ถูกเปลี่ยนชื่อเรียกเพื่อเหตุผลด้านความรู้สึกและการตลาด

สำหรับโรงแรม การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้เข้าพักถือเป็นเรื่องสำคัญ หากการเปลี่ยนหมายเลขชั้นเล็กน้อยช่วยลดความกังวลของลูกค้าได้ หลายแห่งจึงเลือกใช้วิธีนี้

ดังนั้น ครั้งหน้าหากเข้าพักโรงแรมแล้วพบว่าลิฟต์ไม่มีปุ่มชั้น 13 ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเบื้องหลังไม่ได้เกี่ยวกับโครงสร้างอาคาร แต่เป็นเรื่องของความเชื่อ วัฒนธรรม และจิตวิทยาของผู้คนที่สืบทอดกันมายาวนาน

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล