สมาคมกีฬามวยไทยฯ รีแบรนด์ครั้งใหญ่ ขับเคลื่อนมวยไทยสู่โอลิมปิก

สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินหน้าขับเคลื่อนวงการมวยไทย เปิดยุทธศาสตร์ MTAT Muaythai Movement 2026-2028 มุ่งพัฒนาระบบนิเวศกีฬามวยไทยทั้งระบบ ตั้งแต่นักกีฬา ผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอน เทรนเนอร์ ไปจนถึงการสร้างรากฐานเยาวชน พร้อมผลักดันมวยไทยสู่เวทีระดับโลกและเส้นทางโอลิมปิก
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานแถลงข่าว “MTAT Muaythai Movement Strategy 2026-2028” ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “สร้างมาตรฐาน พัฒนาคน บนเส้นทางโอลิมปิก” (Building Standards, Developing People, On the Road to the Olympics) เพื่อประกาศทิศทางการพัฒนากีฬามวยไทยในช่วงปี 2026-2028


ภายในงานมี ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานของสมาคมฯ พร้อมเปิดตัว พล.ต.พัชร รัตตกุล ในตำแหน่งประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย โดยมี ร้อยเอกสมบัติ บัญชาเมฆ และบุคลากรในวงการกีฬามวยไทยเข้าร่วมงาน
การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังสมาคมฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานชื่อใหม่เป็น “สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” มีผลตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2569 พร้อมชื่อภาษาอังกฤษ The Muaythai Association of Thailand Under Royal Patronage ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับบทบาทของสมาคมฯ และการพัฒนามวยไทยในระดับประเทศและนานาชาติ

สำหรับ MTAT Muaythai Movement 2026-2028 ให้ความสำคัญกับการพัฒนา ระบบนิเวศกีฬามวยไทย ทั้งระบบ โดยครอบคลุมตั้งแต่นักกีฬา ผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอน เทรนเนอร์ ไปจนถึงการส่งเสริมวัฒนธรรมมวยไทย และการสื่อสารให้คนไทยและคนทั่วโลกเข้าใจมวยไทยอย่างถูกต้อง
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ การพัฒนานักกีฬาตั้งแต่ระดับเยาวชน เพื่อวางรากฐานการเติบโตอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเริ่มต้นฝึกซ้อม การพัฒนาทักษะ การแข่งขัน ไปจนถึงการต่อยอดสู่การเป็นนักกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ โดยมีเป้าหมายให้เส้นทางของนักกีฬามวยไทยสามารถเชื่อมโยงไปสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ รวมถึงโอลิมปิกเกมส์
พล.ต.พัชร รัตตกุล ในฐานะประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย กล่าวว่า สมาคมฯ กำลังเข้าสู่การปรับทิศทางครั้งสำคัญ โดยต้องการสร้างระบบนิเวศของกีฬามวยไทยให้ครอบคลุมทุกด้าน ตั้งแต่การพัฒนานักกีฬา การสื่อสารกับคนไทยและประชาคมโลก การรักษารากเหง้าและวัฒนธรรมมวยไทย ไปจนถึงการสร้างอนาคตของมวยไทย
นอกจากนี้ การทำงานของสมาคมฯ จะให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากสมาคมฯ เป็นองค์กรที่ได้รับการรับรองจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ โดยทุกฝ่ายจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนกีฬามวยไทยไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

ในส่วนของเส้นทางโอลิมปิก พล.ต.พัชร รัตตกุล มองว่า จำเป็นต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างการส่งเสริมมวยไทยทั่วไปกับการพัฒนากีฬามวยไทยเพื่อความเป็นเลิศ โดยสมาคมฯ จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันและขับเคลื่อนนักกีฬา ขณะที่นักกีฬาจะต้องพัฒนาตัวเองจากการแข่งขันระดับประเทศไปสู่ระดับนานาชาติ และต่อยอดไปสู่เวทีโอลิมปิก
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญคือการสร้าง “Storytelling Ecosystem” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของมวยไทยผ่านช่องทางดิจิทัลต่าง ๆ ให้คนทั่วโลกได้รู้จักมวยไทยมากขึ้น โดยไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างองค์กรให้มีขนาดใหญ่ แต่ต้องการสร้างให้ กีฬามวยไทยยิ่งใหญ่ พร้อมรักษารากเหง้า สร้างคนรุ่นใหม่ สร้างมาตรฐาน และสร้างความร่วมมือจากประเทศไทยไปสู่เวทีโลก
“มวยไทยเริ่มต้นจากแผ่นดินไทย แต่วันนี้มวยไทยกำลังเติบโตไปพร้อมกับโลก” คือแนวคิดสำคัญของการขับเคลื่อนในครั้งนี้ โดยสมาคมฯ เชื่อว่า หากคนไทยทุกภาคส่วนร่วมมือกัน วันที่นักกีฬามวยไทยทีมชาติไทยเดินเข้าสู่สนามโอลิมปิก พร้อมชูธงชาติไทย จะไม่ใช่เพียงความฝัน แต่เป็นเป้าหมายที่ทุกฝ่ายสามารถร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้นจริง

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ “การพัฒนากีฬามวยไทย ตามขบวนการโอลิมปิก” โดยมี ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ, พล.ต.พัชร รัตตกุล, ผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และผู้แทนจากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนานักกีฬามวยไทยตามมาตรฐานกีฬาระดับนานาชาติ
การเปิดตัว MTAT Muaythai Movement 2026-2028 จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการวางรากฐานใหม่ให้วงการมวยไทย ทั้งด้านมาตรฐาน บุคลากร นักกีฬาเยาวชน ระบบนิเวศกีฬา และการสื่อสาร เพื่อให้มวยไทยสามารถเติบโตจากประเทศไทยและก้าวไปพร้อมกับโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


