ไขสงสัย! ทำไมแอร์โฮสเตสต้อง "นั่งกลับหลังหัน" ตอนเครื่องบินขึ้น-ลง?

ไขสงสัย! ทำไมแอร์โฮสเตสต้อง "นั่งกลับหลังหัน" ตอนเครื่องบินขึ้น-ลง?

ไขสงสัย! ทำไมแอร์โฮสเตสต้อง "นั่งกลับหลังหัน" ตอนเครื่องบินขึ้น-ลง?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

 

ไขสงสัย! ทำไม "แอร์โฮสเตส" ต้องนั่งหันหน้าหาผู้โดยสาร ตอนเครื่องบินเทคออฟ-แลนดิ้ง?

ไขสงสัย! ทำไม "แอร์โฮสเตส" ต้องนั่งหันหน้าหาผู้โดยสาร ตอนเครื่องบินเทคออฟ-แลนดิ้ง?

หลังจากเดินตรวจความเรียบร้อยในห้องโดยสารเรียบร้อยแล้ว เรามักจะได้เห็นเหล่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหรือลูกเรือ ทยอยกันกลับไปนั่งที่เก้าอี้พิเศษ รัดสายข็มขัดนิรภัย และนั่งนิ่งๆ อยู่ในท่าเดิมเป็นเวลาหลายนาทีในขณะที่เครื่องบินกำลังวิ่งขึ้น (Take-off) หรือลงจอด (Landing) มองจากภายนอก หลายคนอาจคิดว่านี่คือ "เวลาพักผ่อนสั้นๆ" ของลูกเรือหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการบริการ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งนี้คือ ส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ถูกวางแผนไว้เป็นอย่างดี!

สำหรับคนที่เดินทางด้วยเครื่องบินเป็นประจำ คงคุ้นเคยกับภาพที่ลูกเรือนั่งบนเก้าอี้พับขนาดเล็กที่เรียกว่า "Jump Seat" ซึ่งจัดไว้เฉพาะสำหรับตระกูลลูกเรือตามจุดต่างๆ ในห้องโดยสาร โดยเก้าอี้บางจุดจะถูกออกแบบให้หันหน้ากลับเข้าหาห้องโดยสาร ทำให้ลูกเรือต้องนั่งจ้องหน้ามองผู้โดยสารโดยตรงแทนที่จะหันหน้าไปทางเดียวกับทุกคน แล้วทำไมถึงต้องออกแบบระบบการนั่งไว้แบบนี้? มาหาคำตอบกันครับ


ทำไมต้องมีเก้าอี้ที่นั่งหันหน้าเข้าหาห้องโดยสาร?

ช่วงเวลาที่เครื่องบินไต่ระดับขึ้นและลดระดับลงจอด ถือเป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงของความเร็ว ความสูง และการทำงานของตัวเครื่องอย่างรวดเร็ว ซึ่งตามหลักการบิน ถือเป็นช่วงที่ละเอียดอ่อนและต้องควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวดที่สุด

การนั่งหันหน้าเข้าหาผู้โดยสาร ช่วยให้ลูกเรือสามารถสอดส่องและสังเกตการณ์ความผิดปกติในพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นควันไฟ กลิ่นแปลกปลอม ผู้โดยสารที่มีอาการป่วย หรือสัญญาณเตือนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ลูกเรือที่ประจำอยู่ที่ Jump Seat จะสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ สั่งการอพยพ นำทางผู้โดยสารไปยังประตูทางออกฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องเสียเวลาวิ่งมาจากจุดอื่น

อย่างไรก็ตาม ทิศทางของ Jump Seat อาจไม่ได้หันหน้าหาผู้โดยสารเหมือนกันทุกจุด ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและประเภทของเครื่องบิน แต่สิ่งสำคัญคือลูกเรือทุกคนจะต้องประจำอยู่ที่จุดซึ่งได้รับมอบหมายตามกฎความปลอดภัยการบินอย่างเคร่งครัด


เบื้องหลังการนั่งนิ่ง คือการตรวจเช็กความปลอดภัยแบบยิบย่อย

ก่อนที่ลูกเรือจะเดินกลับมานั่งประจำที่ Jump Seat พวกเขาไม่ได้แค่นับจำนวนผู้โดยสารหรือเตือนให้รัดสายเข็มขัดเท่านั้น แต่ยังต้องสแกนทุกรายละเอียดในห้องโดยสาร เช่น:

  • พับเก็บโต๊ะอาหารหน้าเก้าอี้ให้เรียบร้อย
  • ปรับพิงศีรษะและพนักเก้าอี้ผู้โดยสารให้อยู่ในตำแหน่งตรง
  • จัดเก็บกระเป๋าและสัมภาระขนาดย่อยให้อยู่ใต้เบาะหรือช่องเก็บของเหนือศีรษะอย่างมิดชิด
  • ดูแลให้ทางเดินกลางและทางออกฉุกเฉินโล่ง ปราศจากสิ่งกีดขวาง

ข้อกำหนดที่ดูยิบย่อยเหล่านี้ มีเป้าหมายสำคัญเดียวนั่นคือ "การเคลียร์พื้นที่ให้พร้อมที่สุดสำหรับกรณีฉุกเฉิน" เพราะหากเกิดเหตุการณ์ต้องอพยพผู้โดยสารหลักร้อยคนภายในเวลาอันสั้น กระเป๋าที่วางเกะกะเพียงใบเดียว หรือโต๊ะอาหารที่ไม่ได้พับเก็บ อาจกลายเป็นอุปสรรคอันตรายที่ขัดขวางการรอดชีวิตได้เลยทีเดียว


ความลับของเก้าอี้ตัวเล็ก "Jump Seat" และท่านั่งความปลอดภัย

มองจากสายตาผู้โดยสาร เก้าอี้ Jump Seat อาจดูพกพาง่ายและแคบกว่าเก้าอี้ปกติ แต่แท้จริงแล้วมันเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานสูง ที่มาพร้อมกับระบบสายรัดนิรภัยแบบคร่อมไหล่และเอว (Multi-point harness) เพื่อปกป้องร่างกายของลูกเรือจากการกระแทกอย่างรุนแรงหรือแรงตกเซ

นอกจากนี้ ท่านั่งของลูกเรือบน Jump Seat ก็ถูกฝึกฝนมาเป็นพิเศษ (Silent Review & Brace Position) ลูกเรือจะวางเท้าแนบพื้น เกร็งกล้ามเนื้อ ทบทวนขั้นตอนการอพยพฉุกเฉินในใจแบบเงียบๆ เพื่อเตรียมพร้อมร่างกายและจิตใจให้ตอบสนองต่อวิกฤตได้ภายในเสี้ยววินาที

สรุป: การนั่งนิ่งๆ บนเก้าอี้พับของแอร์โฮสเตสและสจ๊วต จึงไม่ใช่นั่งพักผ่อนเอาแรง แต่เป็นการเข้าสู่ "โหมดเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด" เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ความปลอดภัยของทุกคนบนเที่ยวบินนั่นเองครับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล