เลิกยัดใส่ตู้เย็น! เชฟเตือน 11 อาหาร ‘ยิ่งแช่ยิ่งพัง’ เช็กเลยตู้เย็นบ้านคุณมีกี่อย่าง?

เลิกยัดใส่ตู้เย็น! เชฟเตือน 11 อาหาร ‘ยิ่งแช่ยิ่งพัง’ เช็กเลยตู้เย็นบ้านคุณมีกี่อย่าง?

เลิกยัดใส่ตู้เย็น! เชฟเตือน 11 อาหาร ‘ยิ่งแช่ยิ่งพัง’ เช็กเลยตู้เย็นบ้านคุณมีกี่อย่าง?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หยุดหาทำ! 11 อาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น เสียทั้งรสชาติ เสี่ยงเสียของโดยไม่รู้ตัว 

หลายคนมักติดนิสัยยัดวัตถุดิบทุกอย่างเข้า "ตู้เย็น" เพราะเชื่อว่าจะช่วยยืดอายุให้อยู่ได้นานที่สุด แต่ความเป็นจริง ความเย็นกลับเป็นตัวการทำลายเนื้อสัมผัส กลิ่น และรสชาติของอาหารบางชนิดให้แย่ลงอย่างน่าเสียดาย เชฟและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารได้ออกมาเตือนถึง 11 วัตถุดิบสามัญประจำบ้านที่คุณ ไม่ควรแช่ตู้เย็น พร้อมแนะนำวิธีเก็บรักษาที่ถูกต้องมาฝากกัน


1. กล้วยหอม (ดิบ/ห่าม)

กล้วยที่ยังไม่สุกดีไม่ควรเก็บในตู้เย็นเด็ดขาด ความเย็นจะไปขัดขวางกระบวนการสุกตามธรรมชาติ แถมยังทำให้เปลือกกล้วยกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือดำคล้ำจนดูไม่น่ารับประทาน

วิธีเก็บรักษา: วางไว้ที่อุณหภูมิห้องจนกว่ากล้วยจะสุกได้ระดับที่ชอบ เมื่อสุกเต็มที่แล้วหากยังรับประทานไม่หมด จึงค่อยนำเข้าตู้เย็นเพื่อยืดอายุได้อีก 2-3 วัน

2. โหระพา / โหระพาอิตาเลียน (Basil)

ผักตระกูลโหระพาความชื้นสูงและไวต่อความเย็นมาก หากนำเข้าตู้เย็น ใบจะเหี่ยวเฉา ช้ำ รวดเร็ว และเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ

วิธีเก็บรักษา: เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องให้พ้นจากแสงแดดจัด โดยตัดโคนก้านเล็กน้อยแล้วปักลงในแก้วน้ำ เหมือนกับการจัดแจกันดอกไม้ จะช่วยคงความสดได้นานขึ้น

3. ขนมปัง

หากวางแผนจะรับประทานขนมปังให้หมดในเวลาอันสั้น ห้ามนำเข้าตู้เย็นเด็ดขาด เพราะความเย็นในช่องธรรมดาจะเร่งกระบวนการคืนตัวของแป้ง ทำให้ขนมปังสูญเสียความชื้นจนแห้งแข็งและกระด้าง

วิธีเก็บรักษา: ขนมปังที่จะกินเร็วนั้นควรเก็บไว้ในที่แห้งและเย็น เช่น ตู้กับข้าว หรือบนเคาน์เตอร์ครัว (ยกเว้นขนมปังโฮมเมดหรือต้องการเก็บยาวนานหลายสัปดาห์ แนะนำให้ใช้วิธีแช่แข็งในช่องฟรีซแทน)

4. ช็อกโกแลต

ความชื้นในตู้เย็นจะดึงเกล็ดน้ำตาลในช็อกโกแลตออกมาเกาะที่ผิวหน้า เกิดเป็นคราบฝ้าสีขาวที่เรียกว่า "Sugar Bloom" แม้จะยังทานได้ไม่เป็นอันตราย แต่จะสูญเสียเนื้อสัมผัสอันนุ่มลื่นและรสชาติที่ดีไป

วิธีเก็บรักษา: เก็บไว้ในที่แห้ง เย็น และพ้นแสงแดด (ข้อยกเว้น: หากสภาพอากาศในบ้านร้อนจัดจนช็อกโกแลตละลาย สามารถใส่ภาชนะสูญญากาศแล้วแช่ตู้เย็นได้)

5. น้ำมันพืชและน้ำมันประกอบอาหาร

น้ำมันสกัดเย็น เช่น น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันอะโวคาโด เมื่อเจอความเย็นจะเกิดการตกผลึก ขุ่นมัว และจับตัวเป็นไขแข็ง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรสชาติและเนื้อสัมผัสของน้ำมัน

วิธีเก็บรักษา: น้ำมันพืชมีความเสถียรสูง ควรใส่ในขวดแก้วสีชาหรือภาชนะโลหะปิดสนิท แล้วเก็บไว้ในตู้เก็บของหรือตู้กับข้าวที่มืดและเย็น

6. กระเทียม

กระเทียมเป็นหัวที่ไม่ลอกเปลือก หากนำเข้าตู้เย็นที่มีความชื้น จะถูกกระตุ้นให้เนื้อนุ่มนิ่มขึ้น และงอกใบอ่อนออกมาไวยิ่งขึ้น ซึ่งแม้ต้นอ่อนจะทานได้แต่จะทำให้กระเทียมมีรสขม

วิธีเก็บรักษา: วางไว้ในที่แห้ง อากาศถ่ายเทสะดวก เช่น ตู้กับข้าว หรือตะกร้าโปร่ง

7. น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งมีความถนอมตัวเองตามธรรมชาติจากปริมาณน้ำตาลที่สูง การนำไปแช่ตู้เย็นจะทำให้น้ำผึ้งตกผลึก เหนียวหนืดจนแข็ง และบีบหรือตักใช้งานได้ยากมาก

วิธีเก็บรักษา: เพียงแค่วางไว้ในตู้เก็บของที่มืดในอุณหภูมิห้อง น้ำผึ้งก็สามารถคงสภาพเหลวและเก็บไว้ได้นานปีโดยไม่เสีย

8. หอมหัวใหญ่

หอมหัวใหญ่ทั้งลูกตากแห้ง หากเจอความเย็น แป้งในตัวจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาล ทำให้เนื้อมะเขือหรือหอมนิ่มเละ รสชาติหวานแปลกๆ แถมกลิ่นฉุนอันเป็นเอกลักษณ์ยังอาจส่งกลิ่นรบกวนติดอาหารชิ้นอื่นในตู้เย็นด้วย

วิธีเก็บรักษา: เก็บไว้ในที่แห้ง เย็น และอากาศถ่ายเทดี เช่น ตู้กับข้าว หรือห้องเก็บของ

9. แตงโม / เมลอน (แบบยังไม่ตัดแต่ง)

เมลอนและแตงโมผลสมบูรณ์ที่ยังไม่ได้ปอกเปลือก ไม่ควรแช่ตู้เย็น เพราะจะไปชะลอการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระและความหวานตามธรรมชาติหลังการเก็บเกี่ยว แถมยังอาจดูดซับกลิ่นอาหารอื่นในตู้เย็นจนเสียรสชาติ

วิธีเก็บรักษา: วางไว้นอกตู้เย็นในที่ร่มจนกว่าจะถึงเวลาหั่นทาน (เมื่อหั่นเป็นชิ้นแล้วจึงค่อยหุ้มฟิล์มนำเข้าแช่ตู้เย็น)

10. เนยถั่ว (Peanut Butter)

เนยถั่วสำเร็จรูปทั่วไปตามท้องตลาดมีส่วนผสมของอิมัลซิไฟเออร์ที่ช่วยไม่ให้น้ำมันแยกชั้น จึงสามารถวางไว้ในอุณหภูมิห้องได้สบายๆ โดยไม่ต้องแช่เย็นซึ่งจะทำให้เนื้อเนยถั่วแข็งและทาปังยาก

ข้อควรระวัง: หากเป็น เนยถั่วแบบออร์แกนิก/ธรรมชาติ (Natural Peanut Butter) ที่ไร้สารกันบูด เมื่อเปิดฝาแล้ว จำเป็นต้องแช่ตู้เย็น เพื่อป้องกันน้ำมันเหม็นหืนและป้องกันเชื้อราขึ้น

11. มันฝรั่ง

มันฝรั่งสดดิบทั้งเปลือกห้ามแช่ตู้เย็นเด็ดขาด เพราะความเย็นจะเปลี่ยนแป้งในมันฝรั่งให้กลายเป็นน้ำตาล ส่งผลให้เนื้อสัมผัสร่วน รสชาติหวานแปลก และเกิดคราบรอยดำได้ง่ายเมื่อนำไปปรุงอาหาร

วิธีเก็บรักษา: เก็บไว้ในที่มืด เย็น และมีอากาศถ่ายเทสะดวก เช่น ตู้กับข้าว โดยวางแยกให้ห่างจากหอมหัวใหญ่และผลไม้ เพราะแก๊สจากผลไม้จะเร่งให้มันฝรั่งงอกตาได้เร็วขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูล: เชฟและนักพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร (Robert Smith, Ann Ziata, Michael Sabrin)

เรียบเรียงโดย: ทีมงาน Sanook.com

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล