นาทีชีวิต "บ้านสีเขียว" ยืนหยัดกลางน้ำท่วมเนปาล–ทิเบต สรุปครอบครัวบนระเบียงรอดไหม?
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
น้ำป่าทะลักกลืนหายทั้งหมู่บ้าน! แต่ "บ้านสีเขียว" รอดปาฏิหาริย์ ยอดดับทะลุ 600 ศพ
ภาพบ้านสีเขียวหลังหนึ่งที่ยังคงตั้งตระหง่านท่ามกลางกระแสน้ำและโคลนมหาศาลกำลังสร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก หลังเกิดน้ำท่วมฉับพลันรุนแรงบริเวณชายแดนเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบต เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 แม้สิ่งปลูกสร้างและรถยนต์รอบข้างจะถูกกระแสน้ำพัดหายไปต่อหน้า แต่ครอบครัวที่ติดอยู่ภายในบ้านหลังนี้กลับรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด
คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียและมียอดรับชมมากกว่า 22 ล้านครั้ง ผู้ชมทั่วโลกต่างเฝ้าลุ้นชะตากรรมของสมาชิกครอบครัวที่ยืนอยู่บริเวณระเบียง ขณะที่กระแสน้ำเชี่ยวซึ่งเต็มไปด้วยดินโคลนและซากอาคารไหลเข้าปะทะตัวบ้านอย่างต่อเนื่อง
น้ำท่วมใหญ่เนปาล–ทิเบต เสียชีวิตรวมกว่า 600 ราย
ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณเทือกเขาหิมาลัย โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าอาจมีสาเหตุจากการพังทลายของธารน้ำแข็งและมวลหิน ส่งผลให้ดิน น้ำแข็ง และน้ำจำนวนมหาศาลไหลลงสู่แม่น้ำ ก่อนกลายเป็นกำแพงน้ำและโคลนพุ่งเข้าถล่มชุมชนในพื้นที่ตอนเหนือของเนปาลและชายแดนทิเบต
ข้อมูลจากสำนักงานลดความเสี่ยงและจัดการภัยพิบัติแห่งชาติเนปาล หรือ NDRRMA ซึ่งรายงานจนถึงช่วงเที่ยงวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ระบุว่า พบผู้เสียชีวิตในเนปาลอย่างน้อย 626 ราย และมีผู้สูญหาย 2,426 ราย ขณะที่ทางการทิเบตรายงานผู้เสียชีวิต 7 ราย และสูญหายอีก 554 ราย
เมื่อรวมทั้งสองพื้นที่ มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 633 ราย และผู้สูญหายประมาณ 2,980 ราย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตในพื้นที่ห่างไกล ขณะที่ถนนและสะพานหลายแห่งได้รับความเสียหายจนไม่สามารถเข้าถึงได้ตามปกติ
หลายหมู่บ้านถูกกวาดหาย สถานพยาบาลได้รับความเสียหาย
พื้นที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมหลายเขต รวมถึงเมืองนูวาคอต โดยกระแสน้ำและดินโคลนได้พัดทำลายบ้านเรือน ถนน สะพาน โรงเรียน สถานพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน หลายชุมชนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทำให้เฮลิคอปเตอร์กลายเป็นช่องทางสำคัญในการลำเลียงผู้บาดเจ็บและสิ่งของบรรเทาทุกข์
นพ.บัลวินเดอร์ ซิงห์ ชาวลา เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกประจำเนปาล ซึ่งลงพื้นที่ในนูวาคอต เปิดเผยว่า หลายหมู่บ้านดูเหมือนถูกกระแสน้ำกวาดหายไปทั้งหมู่บ้าน บางครอบครัวถูกพัดไปพร้อมกับน้ำ รวมถึงสถานพยาบาลที่ได้รับความเสียหาย ทำให้ประชาชนต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
องค์การอนามัยโลกกำลังประสานงานกับรัฐบาลเนปาลเพื่อประเมินความต้องการด้านสาธารณสุข พร้อมทยอยจัดส่งยา อุปกรณ์การแพทย์ เต็นท์ฉุกเฉิน และสิ่งของจำเป็นจากกรุงกาฐมาณฑุไปยังพื้นที่ประสบภัย
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
นาทีชีวิต ครอบครัวยืนอยู่บนระเบียงบ้านสีเขียว
ท่ามกลางภาพความเสียหาย มีคลิปหนึ่งได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเผยให้เห็นบ้านสองชั้นสีเขียวอ่อนในเมืองบิดูร์ ซึ่งถูกล้อมด้วยกระแสน้ำโคลนเชี่ยวกราก สมาชิกในครอบครัวอย่างน้อย 3 คนยืนหลบอยู่บริเวณระเบียง ขณะเฝ้ามองอาคารใกล้เคียงถูกกระแสน้ำพัดพังลงทีละหลัง
น้ำท่วมยังพัดพารถยนต์ ชิ้นส่วนอาคาร และเศษวัสดุขนาดใหญ่เข้าปะทะผนังบ้านหลายครั้ง แต่โครงสร้างหลักกลับยังคงตั้งอยู่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้คนภายในไม่สามารถออกจากบ้านหรือหลบหนีไปยังพื้นที่อื่นได้
คลิปดังกล่าวทำให้ผู้ชมจำนวนมากกังวลกับชะตากรรมของครอบครัวนี้ หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและภาวนาให้ทุกคนปลอดภัย เพราะในช่วงแรกยังไม่มีใครทราบว่าบ้านจะต้านทานกระแสน้ำได้อีกนานเพียงใด
คลิปต่อมายืนยัน ทุกคนรอดชีวิต
ความกังวลของผู้ชมคลี่คลายลงเมื่อมีการเผยแพร่คลิปอีกช่วงหนึ่ง ซึ่งยืนยันว่าสมาชิกในครอบครัวยังมีชีวิตอยู่และปลอดภัย ภาพดังกล่าวเผยให้เห็นผู้คนอยู่บนดาดฟ้าของบ้าน พร้อมโบกผ้าสีแดงเพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
หลังระดับน้ำลดลง บ้านสีเขียวหลังนี้ยังคงตั้งอยู่ท่ามกลางซากอาคารและความเสียหายโดยรอบ แม้บริเวณชั้นล่างและพื้นที่ใกล้เคียงจะถูกโคลนเข้าท่วมอย่างหนักก็ตาม จึงทำให้เรื่องราวของบ้านหลังนี้กลายเป็นหนึ่งในภาพแห่งความหวังท่ามกลางภัยพิบัติครั้งใหญ่
ขณะที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากแสดงความประหลาดใจกับความแข็งแรงของตัวบ้าน บางคนกล่าวว่าผู้ออกแบบและผู้ก่อสร้างสมควรได้รับการยกย่อง ขณะที่หลายคนอยากทราบว่าบ้านหลังนี้สร้างขึ้นด้วยวิธีใด จึงสามารถต้านทานทั้งแรงกระแทกจากน้ำ โคลน รถยนต์ และซากอาคารได้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี