3 เหตุผล ทำไมหลายบ้าน เลือกเติม "น้ำส้มสายชู" เพิ่ม ในการ "หุงข้าว"

3 เหตุผล ทำไมหลายบ้าน เลือกเติม "น้ำส้มสายชู" เพิ่ม ในการ "หุงข้าว"

3 เหตุผล ทำไมหลายบ้าน เลือกเติม "น้ำส้มสายชู" เพิ่ม ในการ "หุงข้าว"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทำไมต้องใส่? 3 เหตุผลที่หลายบ้านเลือกเติม "น้ำส้มสายชู" ในขั้นตอนการ "หุงข้าว"

ทำไมบางบ้านถึงเลือกที่จะเติม "น้ำส้มสายชู" ลงไปในขั้นตอนของการ "หุงข้าว" แทนที่จะใส่แค่น้ำเปล่าและกดหุงข้าวตามปกติ หลายคนอาจสงสัยว่าการเติมน้ำส้มสายชูลงไปจะส่งผลต่ออะไรบ้าง และจะทำให้รสชาติของข้าวเปลี่ยนไปหรือไม่?

การใส่น้ำส้มสายในการหุงข้าว ส่งผลอย่างไร?

น้ำส้มสายชูมีความเป็นกรดอ่อน ๆ ซึ่งเมื่อเติมลงในน้ำหุงข้าวในปริมาณเล็กน้อย อาจช่วยเปลี่ยนลักษณะของข้าวหลังหุงได้ โดยไม่ทำให้ข้าวมีรสเปรี้ยวขึ้นมา หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม

1. ช่วยให้ข้าวเรียงเม็ดสวย

ความเป็นกรดอ่อน ๆ จากน้ำส้มสายชูอาจช่วยลดการเกาะตัวของเม็ดข้าว ทำให้ข้าวที่หุงออกมาดูฟู และเรียงเม็ดมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ชอบข้าวร่วน ไม่จับเป็นก้อน

2. ช่วยให้ข้าวนุ่มและไม่แฉะง่าย

การเติมน้ำส้มสายชูเพียงเล็กน้อย อาจช่วยให้เนื้อสัมผัสของข้าวดีขึ้น โดยเฉพาะข้าวที่เมื่อหุงแล้วมักมีปัญหาเหนียว หรือแฉะจนเกินไป แต่ข้อนี้ ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของข้าว ปริมาณน้ำ และวิธีหุงด้วย

3. ช่วยให้ข้าวเก็บได้นานขึ้นเล็กน้อย

น้ำส้มสายชูมีสภาพเป็นกรด ซึ่งอาจช่วยยับยั้งจุลินทรีย์บางชนิดได้ จึงชะลอการบูดได้เล็กน้อยโดยเฉพาะในตู้เย็น แต่ก็ไม่สามารถวางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องและปล่อยทิ้งไว้ได้เลย การเก็บข้าวที่หุงเสร็จแล้วอย่างถูกวิธีจึงยังเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ

ใส่น้ำส้มสายชูเท่าไรจึงจะพอดี?

สำหรับข้าวสารประมาณ 2-3 ถ้วย อาจเริ่มจากน้ำส้มสายชูประมาณ ½ ช้อนชา หรือ 1 ช้อนชา เติมลงไปพร้อมกับน้ำก่อนกดหุง ควรใช้ในปริมาณน้อย เพราะหากใส่มากเกินไปอาจทำให้ข้าวมีกลิ่น หรือรสเปรี้ยวได้

ทั้งนี้ น้ำส้มสายชูแต่ละชนิดมีความเข้มข้นและรสชาติแตกต่างกัน จึงควรทดลองในปริมาณเล็กน้อยก่อน เพื่อดูว่าเหมาะกับชนิดข้าว และรสนิยมของแต่ละบ้านหรือไม่ และควรเลือกน้ำส้มสายชูที่ไม่ได้มีส่วนผสมของน้ำตาลมากเกินไปด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล